Facebook Twitter Reset

ทัสซิลีนัจเจียร์ tassili n’ajjer

ณ ใจกลางทะเลทรายสะฮารา ดินแดนที่แทบไร้สิ่งมีชีวิตนี้ มีภาพเขียนลึกลับเกี่ยวกับสัตว์และนายพรานอยู่

ผู้ฐานะดีจะนั่งเครื่องบินเล็กมา ผู้ฐานะด้อยกว่าหรือผู้ชอบผจญภัยจะนั่งรถบรรทุกขับเคลื่อนสี่ล้อเข้าใกล้เทือกเขาทัสซิลีที่ใหญ่ทะมึนของแอลจีเรีย โดบขับฝ่ากรวดหินและทรายที่เลื่อนตัวไปมา ณ ที่ซึ่งอุณหภูมิพื้นดินสูงถึง 70oซ. จนแดดเต้น

 tassili n'ajjer

tassili n’ajjer

จุดหมายของคนเหล่านี้ไม่ใช่ “เทือกเขา” อย่างที่เราเข้าใจกัน แม้มันจะสูงถึง 2,250 ม. เหนือระดับน้ำทะเลก็ตาม แต่ความจริงเป็นที่ราบสูงหินทราย ยาว 640 กม. ที่แตกเป็นที่สูงส่วนต่างๆ ซึ่งแยกจากกันอีกทีด้วยช่องเขาแคบและลำธารแห้งเหือด กลายเป็นหน้าผาสูงชันและแท่งหินเกลี้ยงอันกลาดเกลื่อน นับเป็นถิ่นที่สวยแปลกยากจะมีที่ใดเสมอเหมือน

 tassili n'ajjer

แทงหินอัศจรรย์ สายน้ำได้สลักเสลาหินรูปทรงประหลาดไว้ที่ tassili n’ajjer เมื่อครั้งสะฮารายังเป็นดินแดนแห่งแม่น้ำและทะเลสาบ

เวลาอันเหมาะที่จะชมสถานที่นี้น่าจะเป็นตอนรุ่งอรุณเมื่อแสงสีเพลิง สีกุหลาบ และสีม่วงส่องสาดโขดหินบิดตามลาดเขา แล้วทอดเงาสีครามลงบนพื้นทราย จากนั้นเพียงใช้จินตนาการเล็กน้อย หินที่สึกกร่อนก็กลายเป็นตีกระฟ้า โบสถ์ใหญ่ ยอดแหลมของหอสูง และปล่องไฟ

แม้ลมที่หอบทรายมาจะเป็นศิลปินผู้สลักเสลาหินเนื้ออ่อนให้เป็นรูปทรงต่างๆ แต่สถาปนิกสำคัญก็คือน้ำ กระแสน้ำเชี่ยวสกัดหินให้เป็นช่องเขาแคบ กัดเซาะเกาะหินโด่งและหินค้ำออกจากผาชันริมน้ำ ถ่างชั้นหินและรอยแยกแตกระแหงของผิวโลก และเจาะหินให้เป็นถ้ำตื้นๆ

บริเวณที่ในปัจจุบันคือสะฮารานี้เคยมีอากาศชุ่มชื้น ลำธารแห้งเหือดและช่องเขาแคบหลายแห่งอันเต็มไปด้วยทราย ที่ชายทะเลทรายทาง

รังนกเอียร์ตัวดำหัวขาว

รังนกเอียร์ตัวดำหัวขาว

รังที่ปรับอากาศด้วยลมเย็น ผู้อาศัยในทะเลทรายเจ้าความคิดได้แก่ นกวีตเอียร์ตัวดำหัวขาว ซึ่งสร้างรังที่มีระบบความเย็น ถ้านกขนาดนกกระจอกนี้ทำรังบนหินเกลี้ยง ไข่นกก็จะสุกด้วยความร้อนจัด มันจึงเกิดเนินกรวดไว้ในร่มเงาของหินใหญ่ แล้วเอากิ่งไม้มาทำรังไว้ในหลุมบนยอดเนิน กรวดทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนจากพื้น และลมเย็นจะโกรกไปมาตามช่องว่างระหว่างกรวด ยิ่งกว่านั้นกรวดยังมีเนื้อเป็นหินทรายพรุน จึงดูดน้ำค้างอันเกิดจากความเย็นยามค่ำคืนเอาไว้ น้ำค้างนี้จะระเหยไปในเวลากลางวัน ทำให้รังนกเย็นสบาย

ทัสซิลีนัจเจียร์

ทัสซิลีนัจเจียร์


ทัสซิลี นัจเจียร์

ทัสซิลี นัจเจียร์

ภาพเขียนโบราณที่เล่าถึงดินแดนอันอุดม

ภาพที่เขียนและสลักไว้บนหินผาและในถ้ำบอกเล่าเรื่องราวชีวิตและความตายของทัสซิลีนัจเจียร์ได้อย่างแจ่มชัดและฉับพลัน ชาวทัวเรกผู้เร่ร่อนแห่งสะฮารารู้จักศิลปะทัสซิลีมาโดยตลอด แต่โลกภายนอกแทบไม่รู้จักเลย จนกระทั่งอองรี โลต นักสำรวจและนักชาติพันธุ์วิทยา กับผู้ช่วยของเขา ใช้เวลาสองปีถูลอกลายและถ่ายภาพพวกนี้นับพันภาพในช่วงทศวรรษ 1950

แม้ภาพเขียนส่วนใหญ่จะดูมีชีวิตชีวา ใช้เส้นแต่น้อย และใช้สีอย่างฉลาด แต่ลีลาและเนื้อหาก็ทำให้เราแบ่งกลุ่มภาพเหล่านี้ได้เป็นสามยุค ยุคแรกเริ่ม ซึ่งคงเขียนขึ้นในช่วง 6,000 ถึง 4,000 ปีก่อนคริสตกาลนั้น เป็นภาพชายลักษณะคล้ายนิโกรดำลังล่าช้าง ควาย ฮิปโปโปเตมัส และแกะป่าเขาใหญ่ ซึ่งเป็นสัตว์ในสมัยที่สะฮาราเขียวชอุ่มกว่านี้ หรือกำลังสวมชุดประกอบพิธีของเผ่า ตรงกลางมีร่างสีขาวใหญ่ครึ่งคนครึ่งสัตว์ ซึ่งอาจเป็นรูปแทนเทพเจ้า

ภาพเขียนโบราณ tassili n'ajjer

ภาพเขียนโบราณ tassili n’ajjer

ภาพส่วนที่สองคงเขียนในช่วง 4,000 ถึง 1,500 ปีก่อนคริสต์กาล เป็นภาพชาวชนบทกำลังเลี้ยงวัวควายตัวด่างเขายาวฝูงใหญ่ มียีราฟและนกกระจอกปนอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีฉากชีวิตอื่นๆ เช่น งานเลี้ยง งานแต่งงาน เด็กนอนใช้หนังสัตว์คลุมร่าง หญิงกำลังบดเมล็ดธัญพืชให้เป็นแป้ง

แต่พอถึงยุคที่สาม ราว 1,500 ถึง 300 ปีก่อนคริสตกาล สะฮาราก็กันดารเช่นปัจจุบันและมีคนกลุ่มใหม่เข้ามา เป็นทหารสวมเกราะควบรถศึกเทียมม้าสองและสามตัวห่อเหยียด แต่ไม่รู้แน่ว่าพวกนี้คือผู้รุกราน พันธมิตร หรือกองทัพเมดิเตอร์เรเนียนที่หนีฟาโรห์ผู้พิโรธมาม้าค่อยๆ หายไปเมื่อราว 200 ถึง 100 ปีก่อนคริสตกาล และมีภาพอูฐฝีมือเหมือนเด็กวาดมาแทนที่ จากนั้นก็ไม่มีภาพเขียนอีกเลย

ภาพเขียนโบราณ tassili n'ajjer

ภาพเขียนโบราณ tassili n’ajjer

 

สิ่งที่คาใจคือความกระหายใคร่รู้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับผู้คนที่เขียนภาพ พวกเขาอพยพลงใต้ในขณะที่แผ่นดินแล้งขึ้น หรือเพียงแต่ตายไป เราอาจไม่มีวันรู้เลย ใต้นั้น เคยเป็นแม่น้ำหรือทะเลสาบ ส่วนที่ที่ปัจจุบันเป็นทะเลทรายก็เคยเป็นทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม กว่าจะแห้งแล้งเช่นนี้ใช้เวลาเนิ่นนาน ชื่อทัสซิลีนัจเจียร์ แปลว่า “ที่ราบสูงแห่งแม่น้ำหลายสาย” แม้ที่นี่จะแล้งน้ำมาตั้งแต่ก่อนเริ่มคริสตกาลแล้ว

สิ่งที่อยู่รอดอย่างทรหดมาถึงปัจจุบันก็คือสนไซเปรส ซึ่งไชรากเข้าไปในหินเพื่อเสาะหาน้ำ คะเนว่าต้นน้ำเหล่านี้มีอายุ 3,000 ปี และเป็นรุ่นสุดท้ายของสายพันธุ์ เพราะแม้มันจะให้เมล็ดพืชที่สามารถสืบพันธุ์ต่อไป แต่พื้นก็แห้งแล้งเกินกว่าที่มันจะงอกได้ อีกสิ่งหนึ่งที่อยู่รอดจากอดีตอันมีชีวิตชีวากว่าปัจจุบันก็คือแกะป่าภูเขา ซึ่งมีเขาใหญ่โค้ง มันแบ่งแหล่งที่อยู่อันแห้งแล้งกับตัวเจอร์บิล (คล้ายหนู) และนกวีตเอียร์ซึ่งทำรังที่ทนอากาศทะเลทรายได้

ทัสซิลีนัจเจียร์

ทัสซิลีนัจเจียร์

แต่ที่ราบสูงนี้ครั้งหนึ่งเคยมีพันธุ์สัตว์ประจำถิ่นที่แตกต่างจากนี้มาก ได้แก่ ยีราฟ ฮิปโปโปเตมัส สิงโต และช้าง แม้กระทั่งมนุษย์ผู้ยังชีพด้วยการเลี้ยงวัวควายและแพะ ซึ่งเรารู้ได้จากกระดูกสัตว์โบราณที่ขุดได้จากทราย แต่หลักฐานจำนวนมากนั้นได้จากภาพเขียนบนหิน ที่พบอยู่ในท่ามกลางหน้าผาสูงชันและชั้นหินรูปทรงอัศจรรย์ในทัสซิลีนัจเจียร์นี่เอง

 

ส่งต่อเรื่องนี้ซิ !! เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ

แสดงความคิดเห็น Facebook

comments

Comments are closed.