Facebook Twitter Reset

เรื่องของแตง

Untitled-1

               ปลายหน้าหนาวเข้าหน้าร้อนบ้านเรามีแตงหลายชนิดออกมาให้กินกันชื่นใจ เริ่มด้วยแตงโมหน้าหนาวที่มาจากหลายๆ ภูมิภาค แล้วก่อนจะเข้าสงกรานต์แตงแคนตาลูปก็จะออกสู่ตลาดมากมาย ราคาก็ต่างกันไปตามระดับคุณภาพที่มักจะวัดกันที่ความหวาน

               คนไทยใช้คำเรียก “แตง” กับไม้ผลที่เกิดจากเถาเลื้อย ไม่ว่าจะเลื้อยไปกับพื้นดินหรือเลื้อยขึ้นร้าน เกาะรั่วหรือไต่ไปตามต้นไม้ใหญ่ คำว่าแตงโดยทั่วๆ ไปในภาษาอังกฤษคือ Melon และ Gourd (กอร์ด) ลักษณะของผลอาจต่างกันไป เช่น แตงโม แตงกวา แตงไทย แตงร้าน แต่ไม้เถาเลื้อยไม่ได้มีชื่อเป็น “แตง” เสียทั้งหมด เช่น บวบ มะระ ฟัก ฟักทอง น้ำเต้า

แตง

แตง

               ในกลุ่มที่ฝรั่งใช้ชื่อเรียกว่า Melon นอกจาก Watermelon (แตงโม) แล้ว ถ้าเรียกเมลอนเฉยๆ คนมักจะนึกถึง แคนตาลูป (Cantaloupe) ซึ่งเดิมนั้นเรียกกันว่า มัสก์เมลอน (Musk Melon) พอมีสายพันธุ์ของแคนตาลูปเกิดขึ้นก็นิยมเรียกตามชื่อสายพันธุ์ เช่น ฮันนี่ดิว (Honeydew) เจคดิว (Jade Dew) ซันเลดี้ (Sun Lady) ริโอโกลด์ (Rio Gold) และปรินเซส (Princess) แต่ชื่อไทยรวมๆ ของแคนตาลูปคือ “แตงเทศ” มักจะไม่มีใครเรียก ลองไปถามร้านผลไม้ว่าจะซื้อแตงเทศ คนขายอาจจะยื่นมันเทศให้แทน

แตงโม

แตงโม

               เรื่องราวของแคนตาลูปน่าสนใจไม่น้อยชื่อ Cantaloupe นี้เป็นชื่อภาษาฝรั่งเศส แม้ว่าถิ่นกำเนิดจะไม่ใช่ประเทศฝรั่งเศสก็ตาม แต่มีที่มาจากอิหร่านและอินเดียตอนเหนือ ส่วนชื่อนั่นได้มาเมื่อราว 400 ปีก่อน เมื่อผลไม้ชนิดนี้ถูกส่งจากอาร์เมเนียไปถึงอิตาลีและมีรสชาติถูกปากชนชั้น สูง จนเกิดอยากจะปลูกกันขึ้นมา และได้เริ่มมีการปลูกกันครั้งแรกในสวนของวิลลาพักผ่อนของพระสันตะปาปา ซึ่งตั้งอยู่นอกกรุงโรมในย่านที่มีชื่อเรียกว่าแคนตาลูโป (Cantalupo) ต่อมาเมื่อปลูกกันได้อย่างแพร่หลายจนสามารถส่งออกไปยังฝรั่งเศสได้ ชาวฝรั่งเศสจึงเรียกผลไม้ชนิดนี้ว่า Cantaloupe ต่อมาชาวอังกฤษก็เรียกชื่อนี้ตามชาวฝรั่งเศส

แคนตาลูป

แคนตาลูป

               ส่วนชื่อ Musk Melon นั้นมีการอธิบายว่า Musk หมายถึงกลิ่นหอมของแตงชนิดนี้ซึ่งรวมถึงแตงไทยด้วย แต่ตำนานของชื่อมัสก์เมลอนน่าพิศวงยิ่งนัก คำว่า Musk พบได้ในภาษาฝรั่งเศส ละติน กรีก และเปอร์เซีย (อิหร่าน) โดยมีรากศัพท์มาจากคำว่า Muska ในภาษาสันสฤต ซึ่งแปลว่า อัณฑะ โดยสันนิษฐานกันว่ารูปทรงของแคนตาลูปและผิวที่เป็นลายตาข่ายดูคล้ายกับอัณฑะ และเพื่อไม่ให้ฟังดูทะลึ่งเกินไป จึงมีข้อสันนิษฐานเพิ่มขึ้นว่า ที่เรียกว่า Muska ไม่ได้หมายถึงอัณฑะโดยตรง แต่หมายถึงต่อมผลิตกลิ่นของสัตว์ที่อยู่ใกล้บริเวณอัณฑะอย่างไรก็ตาม กลิ่นมัสก์ที่ใช้ในการผลิตน้ำหอมของแท้ต้องมาจากต่อมที่อยู่บริเวณท้องน้อย ของกวางมัสก์ และเป็นเหตุให้กวางชนิดนี้ถูกล่าจนเกือบสูญพันธุ์ ส่วนกลิ่นมัสก์ที่มีใช้กันในปัจจุบันล้วนเป็นกลิ่นสังเคราะห์

               อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าแคนตาลูปเป็นมัสก์เมลอนชนิดหนึ่ง แต่มัสก์เมลอนไม่ใช่เป็นแคนตาลูปทั้งหมด มัสก์เมลอนดั้งเดิมใช้เรียกผลแตงเนื้อเรียบที่มีลายเส้นลากยาว จากขั้วผลมาจนถึงปลายผล เว้นระยะเสมอกันโดยรอบ ไม่ว่ารูปทรงจะกลมหรือกลมรี เช่น แตงไทย

               ผลไม้ที่เป็นผักหลายชนิดซึ่งมีชื่อเรียกว่าเมลอน เช่น มะระ (Bitter Melon) ฟัก (Wax Melon หรือ Winter Melon) โดยคำว่า Melon อาจทดแทนได้ด้วยคำว่า Gourd จึงอาจจะได้ยินชื่อ Bitter Gourd และ Winter Gourd เช่นกัน มะระที่คนไทยนิยมกินมี 2 ชนิดคือ มะระจีนและมะระขี้นก มะระจีนนั้นจะเรียกเต็มยศว่า Chinese Bitter Melon ก็ได้ แต่ไม่จำเป็นเพราะมะระจีนเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายและกินง่ายกว่ามะระขี้นก ซึ่งนอกจากคนไทยแล้วยังเป็นอาหารของชาวอินเดียมานาน จึงเรียกมะระขี้นกว่า Indian Bitter Melon ในช่วงไม่นานมานี้มะระขี้นกเริ่มเป็นที่นิยมในญี่ปุ่นด้วย เพราะถือเป็นยาอายุวัฒนะ จากการที่ผู้คนในโอกินาวานิยมกินมะระขี้นกจนมีอายุยืนพร้อมกับสุขภาพที่แข็ง แรง แต่มะระขี้นกที่คนญี่ปุ่นกินเป็นสายพันธุ์ที่มีขนาดผลเท่าแตงร้าน

               บวบก็เป็นผักที่อยู่คู่ตำรับไทยมานานแสนนาน เดิมทีเรารู้จักกันแต่บวบเหลี่ยมที่เรียกกันว่า Angled Gourd (แองเกิลด์กอร์ด) หรือ Ridged Gourd (ริดจ์กอร์ด) เพราะผลมีลักษณะหักเป็นมุมไปรอบๆ ต่อมาเราได้รู้จักบวบงู บวบหอม บวบขม ที่คนไทยกินกันมากก็เป็นบวบเหลี่ยม แต่ฝรั่งไม่นิยมนำไปประดิษฐ์ให้เป็นอาหารรสชาติแบบฝรั่ง นอกจากใช้สูตรแบบคนไทยและคนจีนคือ นำไปผัด ส่วนชาวอินเดียนอกจากผัดแล้วยังนำไปทำเป็นแกงอีกด้วย บวบมีชื่อเรียกอีกชื่อคือ Luffa หรือ Loofah (ลูฟฟา) ซึ่งหมายถึงบวบที่มีใยบวบ นำมาขัดผิวหรือบวบเหลี่ยมนั่นเอง บางครั้งในเมนูอาจจะเรียกบวบเหลี่ยมว่า Chinese Okra (ไชนีสโอกรา) อย่าเข้าใจว่าเป็นฝักกระเจี๊ยบแม้ว่า Okra จะหมายถึงกระเจี๊ยบ แต่ที่ได้ชื่อฝรั่งเช่นนี้เพราะบวบเหลี่ยมดูเหมือนฝักกระเจี๊ยบขนาดใหญ่นั่น เอง

               บวบที่ฝรั่งเริ่มรู้จักกันมากขึ้นคือบวบงู มีชื่อเรียกว่า Snake Cucumber หรือ Armenian Cucumber อันที่จริงบวบงูไม่ใช่แตงกวาแต่อยู่ในตระกูล Melon บางครั้งจึงเรียกว่า Snake Melon คนไทยอาจจะไม่เคยลองกินบวบงูดิบเพราะมักนำไปต้มกินกับน้ำพริกต่างๆ แต่คนจากชาติตะวันตกนิยมกินสด โดยฝานเป็นแว่นหรือหั่นเป็นเหลี่ยมหยาบๆ ผสมกับผักสลัดอื่นๆ แล้วราดน้ำสลัด เพราะมีรสหวาน บางครั้งเวลาไปพบบวบงูอาจจะสงสัยว่าทำไมไม่ค่อยโค้งงอหรือม้วน เคล็ดลับคือถ้าปลูกให้เลื้อยบนร้านฝักบวบห้อยลงมาจะได้บวบงูรูปร่างตรง ถ้าให้เลื้อยไปกับพื้นก็จะโค้งงอ บวบงูบางครั้งอาจมีขนาดใหญ่ไม่แพ้บวบเหลี่ยม

               บวบหอมมีชื่อเรียกว่า Smooth Boy Luffa Gourd ลักษณะคล้ายแตงร้านลูกโตต่างที่สีผิว แต่ถ้าทิ้งไว้ให้แก่ก็จะมีใยบวบ นำไปใช้ขัดถูได้เช่นเดียวกับบวบเหลี่ยม ฝรั่งยังไม่นิยมบวบหอม แต่อาหารอินเดียใช้บวบหอมอย่างสม่ำเสมอ ส่วนบวบขมนั้นก็มีหน้าตาคล้ายบวบหอมแต่มีขนาดเล็กกว่า ไม่นิยมปลูกเป็นพืชไว้บริโภค มักจะเจอได้ตามป่าและมีสรรพคุณทางยาตำรับโบราณ

               จากเรื่องของแตงก็มาถึงเรื่องของเต้า น้ำเต้านั้นเรียกว่ากอร์ด ซึ่งถ้าจะระบุให้ชัดก็ต้องดูตามลักษณะของน้ำเต้าไปด้วย เช่น น้ำเต้าที่มีลักษณะคล้ายลูกแพร์ (Pear) คือไม่มีเอวคอดมาก แต่ฐานล่างกว้างก็เรียกว่าน้ำเต้าลูกแพร์ (Pear Gourd) ส่วนที่เอวคอดกิ่วเรียกว่าน้ำเต้าขวดเม็กซิกัน (Mexican Bottle Gourd) ถ้ารูปร่างส่วนล่างกลมแล้วค่อยๆ แคบเรียวยาวด้านบนเรียกว่าน้ำเต้าขวดน้ำ (Water Jug Gourd) แต่จะให้จำได้ทั้งหมดตงไม่สามารถ

               จำแค่น้ำเต้าอ่อนที่เรานิยมนำมาต้มกินกับน้ำพริกหรือแกงส้มซึ่งเรยกว่า น้ำเต้าอ่อน หรือ Young Gourd ก็เกินพอ

ส่งต่อเรื่องนี้ซิ !! เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ

แสดงความคิดเห็น Facebook

comments

Comments are closed.