Facebook Twitter Reset

กลุ่มเขามาโตโป(Matobo) ณ ซิมบับเว

Untitled-1

กลุ่มเขามาโตโป(Matobo) แดนหินมนใหญ่ลึกลับน่ากลัวในซิมบับเว เป็นที่พักร่างของหัวหน้านักรบผู้หนึ่งและเศรษฐีค้าเพชรอีกผู้หนึ่ง

หินมนใหญ่เนื้อแกรนิตวางซ้อนกันสูงอย่างหมิ่นเหม่ คล้ายของเล่นซึ่งลูกยักษ์ต่อไว้หินอ่อนเนื้อแกรนิตก้อนมหึมาทรงตัวบนโดมแกรนิตอันราบเรียบ ราวกับว่าเมื่อผลักเบาๆก็จะทำให้มันขยับเขยื้อน

กลุ่มเขามาโตโป  Matobo

หินทรงตัวอยู่สูงดูหมิ่นเหม่เหนือหมู่ไม้แห่งกลุ่มเขามาโตโป Matobo

แดนหินมนใหญ่ (boulderland) อันน่าพิศวงนี้เป็นเค้าโครงของภูมิทัศน์ที่เกิดขึ้นเมื่อกว่า 3,300 ล้านปีมาแล้ว ก่อนที่โลกจะเกิดมีบรรยากาศเสียอีก ทะเลหินละลายอันกว้างใหญ่ได้เย็นลงและแข็งตัว แล้วแตกเป็นรอยแยก จากนั้นสภาวะของอากาศซึ่งผันแปรยาวนาน ก็ทำให้รอยแยกกว้างขึ้นจนก่อตัวเป็นธรณีสัณฐานเนื้อแกรนิตอันพิสดารแห่งกลุ่มเขามาโตโปของซิมบับเว

กลุ่มเขามาโตโป  Matobo

กลุ่มเขามาโตโป Matobo

นกอินทรีดำ ผู้พิทักษ์วิญญาณบรรพบุรุษของสถานที่นี้ บินขึ้นสูงเหนือที่มั่นแห่งสุดท้ายของพวกมันในแอฟริกา

“ความสง่าที่ไร้ระเบียบ” ของกลุ่มเขาเก่าแก่เหล่านี้ตรึงใจเซซิล โรดส์ เศรษฐีค้าเพชร จนเลือกกลุ่มเขาพวกนี้เป็นที่พักแห่งสุดท้าย โรดส์นำชื่อของเขาไปตั้งเป็นชื่อดินแดนใหญ่ในแอฟริกาภายใต้การปกครองของบริษัทที่เขาก่อตั้งขึ้น ดินแดนที่ว่านั้นคือโรดีเซีย ซึ่งปัจจุบันคือสาธารณรัฐแซมเบียและซิมบับเว

สุสานแกรนิต

เมื่อวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 1902 ลึกเข้าไปในใจกลางกลุ่มเขาโตโป วัวดำ 12 ตัวลากรถบรรทุกปืนที่ใส่หีบศพของโรดส์ขึ้นไปตามลาดของโดมแกรนิตใหญ่ ซึ่งโรดส์เรียกว่า “ทิวทัศน์แห่งพิภพ” (View of the World) แต่ชาวมาตาเบเลรู้จักในชื่อ มาลินดิดซิมู “สถานแห่งวิญญาณอันเก่าแก่”

สุสานของโรดส์

สุสานของโรดส์

ณ ที่นี้ ในหลุมฝังศพซึ่งสกัดจากแท่งหินแกรนิตและปิดปากหลุมด้วยแกรนิตหนักสามตัน โรดส์ถูกฝังไว้เพื่อให้มองลงไปดูภาพภูมิประเทศของที่ราบอันอุดมและกลุ่มเขาที่อยู่ไกลออกไปได้ เมื่อโลงศพถูกหย่อนลงในหลุมเสียงคารวะของนักรบมาตาเบเลที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ดังก้องทั่วกลุ่มเขา “บาเยเต! บาเยเต!”

ห่างหลุมฝังศพนี้ไปเพียง 15 กม. เป็นหลุมศพของมซิลิคาซี หัวหน้าผู้มีอำนาจสูงสุดคนแรกของเผ่ามาตาเบเลแห่งซิมบับเว หลุมศพนี้ตั้งอยู่ในรอยแตกระหว่างก้อนหิน ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 มซิลิคาซี ผู้อยู่ในอารมณ์คะนองได้ตั้งชื่อกลุ่มเขาเหล่านี้ว่า อามาโตโบ หมายถึง “หัวล้าน” เพราะทำให้เขานึกถึงบรรดาที่ปรึกษาอาวุโสของเขา

หอศิลป์

ภาพเขียนสัตว์ป่า

ภาพเขียนสัตว์ป่า

บรรยากาศอันลี้ลับของกลุ่มเขามาโตโปมีอิทธิพลต่อชาวซาน (หรือบุชแมน) ผู้อาศัยในถ้ำตามกลุ่มเขาระหว่าง 20,000 กับ 2,000 ปีก่อน ผนังและถ้ำหินนั้นทุกวันนี้เป็นหอศิลป์ธรรมชาติที่แสดงงานศิลปะแบบดั้งเดิม ในยุคหินตอนปลายชาวซานใช้ดินผสมกับไขสัตว์และน้ำยางจากต้นสลัดไดเพื่อเขียนภาพสัตว์ ภูมิทัศน์ ผีสางวิญญาณ และลวดลายเรขาคณิตไว้บนผืนหินแกรนิต ภาพในโทนสีแดง น้ำตาล และเหลือง พวกนี้เป็นภาพพรานถือธนูและลูกธนู แรด ช้างอิมพาลา สิงโต และม้าลาย มีภาพหนึ่งเป็นลายเส้นบนปีกของปลวกที่กำลังบินอยู่

อุทยานแห่งชาติมาโตโป ที่อยู่ค่อนไปทางใต้ของบูลาวาโย เป็นของขวัญซึ่งเซซิล โรดส์มอบให้แก่ชาวเมืองนี้ เพื่อที่พวกเขาจะได้ “อิ่มอกอิ่มใจในเกียรติภูมิ” ของมาโตโปนั่นเอง

ส่งต่อเรื่องนี้ซิ !! เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ

แสดงความคิดเห็น Facebook

comments

Comments are closed.