Facebook Twitter Reset

ดินแดนซิงงีในมาดากัสการ์

Untitled-1

                ดินแดนซิงงีในมาดากัสการ์ ยอดแหลมบาง คล้ายมีดโกนหินปูน เป็นที่หลบภัยสำหรับสัตว์ป่าที่ไม่มีที่ไหนเหมือนบนเกาะขนาดใหญ่ที่สุดเกาะหนึ่งของโลก              

ซิงงี

แท่งหินปูนแหลมอันหมิ่นเหม่ ซึ่งให้ที่กำบังแก่สัตว์และนกที่หายาก ประกอบกันเป็นภูมิทัศน์ซิงงี ในมาดากัสการ์ที่ไม่เหมือนใคร

ลองนึกภาพโลกในเล็กจิ๋วที่สาญสูญไปแล้ว ณ ยอดของหน้าผาหินปูนที่สูงชันกว่า 180 ม. โลกที่มีหินยอดแหลมคมดุจมีดโกนสูงถึง 30 ม. ซึ่งฉีกรองเท้าบู๊ตที่ทนทานที่สุดให้ขาดเป็นชิ้นๆ ในไม่กี่นาที และการก้าวพลาดเพียงก้าวเดียวอาจทำให้แข้งขาถลอกปอกเปิกหรือเส้นเลือดใหญ่ขาดได้ โลกซึ่งจะเข้อยู่ลึกลงไปในถ้ำใต้ดินโลกซึ่งลีเมอร์ตาเบิกกว้างจับจ้องจากต้นไม้ ดูลับๆล่อๆคล้ายผีขี้อาย โลกซึ่งผึ้งตัวเล็กๆจำนวนมากรุมเข้าต่อยอย่างดุร้าย หากสมาชิกตัวหนึ่งในรังถูกบดบี้

ลีเมอร์

ลีเมอร์

                โลกใบนี้คือที่ราบสูงอังคารานาที่อยู่ตอนปลายแหลมด้านเหนือของมาดากัสการ์ และอาจจะเป็นถิ่นพิเศษสุดของเกาะที่พิเศษอยู่แล้วนี้ เกาะมาดากัสการ์ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งแอฟริกาตะวันออก 600 กม. วัดจากเหนือไปใต้ได้ 1,600 กม. และคลุมพื้นที่ 600,000 ตร.กม. เป็นเกาะใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลกรองจากกรีนแลนด์ นิวกินี และเบอร์เนียว เกาะนี้เป็นที่รู้จักกันในนาม “เกาะแดงใหญ่” จากสีของดินซึ่งบัดนี้กำลังถูกชะลงทะเลในอัตราที่น่ากลัวด้วยการกัดกร่อนจากน้ำมือมนุษย์ เป็นเกาะหนึ่งที่มีวิวัฒนาการของพืชและสัตว์จนเป็นพันธุ์เฉพาะของเกาะนี้เอง

มาดากัสการ์

มาดากัสการ์

                ระบบนิเวศอันมีลักษณะเฉพาะของเกาะเริ่มขึ้นเมื่อ 120 ล้านปีก่อน เมื่อทวีปต่างๆ เริ่มแยกตัวจากกัน  แผนที่ของมหาทวีปดั้งเดิมกอนด์วานาแลนด์แสดงภาพมาดากัสการ์ที่ถูกขนาบไว้อย่างแนบเนียนระหว่างตอนปลายแหลมด้านใต้ของอินเดีย ชายฝั่งตะวันออกของแอฟริกา กับชายฝั่งกับด้านเหนือของแอนตาร์กติกา

                ในยุคของสัตว์เลื้อยคลานขนาดยักษ์นั้น ไดโนเสาร์ยังเดินอุ้ยอ้ายบนผืนดินแล้งจากแอฟริกาข้ามมาที่นี่ และเป็นเวลาหลายล้านปีหลังจากทวีปเริ่มแยกตัว พืชและสัตว์ก็สามารถอาศัยพืชพรรณที่ลอยเป็นแพเพื่อข้ามร่องน้ำที่เกิดขึ้นไปตั้งรกรากที่มาดากัสการ์ แต่ประมาณ 40 ล้านปีก่อน ช่องนี้เริ่มกว้างเกินไป การถ่ายเททางพันธุกรรมจึงสิ้นสุดลง จนกระทั่งประมาณปี ค.ศ. 500  มนุษย์รุ่นแรกๆได้มาถึงที่นี่ โดยลงเรือมาจากอินโดนีเซีย ไม่ใช่จากแอฟริกาตะวันออกที่อยู่ใกล้เคียง

ยอดสูง ถ้ำ และแม่น้ำใต้ดิน

                ที่ราบสูงอังคารานามีลักษณะทางธรรมชาติเป็นภูมิประเทศหินปูนแบบที่เรียกว่า คาร์สต์ (karst) พายุฝนที่ตกหนักในช่วงหลายพันปี และปริมาณฝนโดยเฉลี่ยปีละ 1,800 มม. นั้นได้เซาะหินผาซึ่งส่วนบนอ่อนคล้ายชอล์กและที่ฐานแข็งเป็นผลึก ให้เป็นยอดแหลม ยอดสูง และสัน ซึ่งมักถูกทำให้กร่อนจนบางเฉียบ เขาหินปูนถูกผ่ากลางด้วยหุบผาชันลึกที่มีป่าไม้ ซึ่งต้นเบาแบ็บมะเดื่อ และปาล์มเจริญเติบโต เกิดเป็นร่มไม้เขียวขจีสูงขึ้นไป 25 ม. ห่างออกไปทางใต้กว่า 720 กม. นั้น มีภูมิทัศน์แบบนี้อีกในเขตสงวนแห่งชาติเบมาราฮาในมาดากัสการ์ตะวันตก

ซิงงี

ซิงงี

                น้ำฝนที่ไหลซึมซาบหินผาแห่งอังคารานาได้เซาะหินให้เป็นโพรงจนเกิดถ้ำลึก ซึ่งหินปูนที่พอกพูนสะสมอยู่ได้ก่อให้เกิดหินงอกและหินย้อยงามจับใจ สายน้ำที่ถูกแนวแยกในหินปูนกลืนหายไป ปรากฏขึ้นอีกครั้งที่ใต้ดินลึกเป็นแม่น้ำไหลผ่านอุโมงค์และถ้ำหลวง เช่น ถ้ำขนาดใหญ่ชื่อกรอตต์ดองดราฟีอาบ ซึ่งจนถึงบัดนี้มีการสำรวจเส้นทางไปแล้ว 11 กม. เพดานถ้ำใหญ่บางแห่งได้ยุบตัวลง และพื้นถ้ำก็ถูกพืชและสัตว์ต่างๆเข้ามาตั้งรกราก เกิดป่าบริสุทธิ์เป็นหย่อมๆ

ซิงงี

ซิงงี

                หินผาอันน่ากลัวกลางที่ราบสูงนี้เป็นที่รู้จักกันในท้องถิ่นว่า ซิงงี (tsing) จากเสียงที่เกิดขึ้นเมื่อถูกเคาะ ซึ่งคล้ายเสียงแกล๊งทึบๆของระฆังร้าว พวกมาลากาซี (ชาวมาดากัสการ์) กล่าวว่าในซิงงี ไม่มีพื้นใดเรียบพอที่จะวางเท้าราบได้แม้เพียงเท้าเดียว บางครั้งนักธรรมชาติวิทยาผู้กล้าหาญก็ฝ่าฟันผ่านขอบนอกของดงหินแหลมอันวกวนดุจเขาวงกตนี้ ก่อนที่จะรู้สึกงงงันสิ้นหวังและหาทางล่าถอย คนสองสามคนผู้เคยพยายามจะบุกเข้าไปที่นี่กล่าวว่า ซิงงีนี้เห็นได้ดีที่สุดจากเครื่องบินในระยะห่างที่ปลอดภัย

ซิงงี

ซิงงี

  

ลีเมอร์

ลีเมอร์

              สัตว์ป่าส่วนใหญ่ในมาดากัสการ์ถูกคุกคามด้วยประชากรมนุษย์ผู้ต้องการที่ดินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแต่ลักษณะคล้ายปราการของที่ราบสูงอังคารานาและเขตสงวนเบมาราฮาก็ได้ปกป้องสัตว์หายากที่อยู่ที่นี่ไว้จนถึงบัดนี้ ลีเมอร์หลายชนิดซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและเป็นสัตว์พื้นเมืองอันมีลักษณะเฉพาะของมาดากัสการ์นั้น อยู่ตามต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ในรอยแตกและหลุมยุบระหว่างหินผาอันคมดุจใบมีด

                ลีเมอร์เป็นไพรเมต (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พัฒนาแล้ว) ขั้นต่ำ เกี่ยวดองกันอย่างห่างๆกับพวกลิงหางยาว ลิงใหญ่ไร้หาง และมนุษย์ บางชนิด เช่น ลีเมอร์แคระโคเคเรลซึ่งตัวเล็กมากหายาก จะออกหากินอย่างโดดเดี่ยวในตอนกลางคืน แต่ลีเมอร์บางชนิด เช่น ซีฟากา ซึ่งตัวใหญ่กว่า ตระเวนเป็นกลุ่มใหญ่ๆและออกหากินเวลากลางวัน โดยกระโจนจากกิ่งไม้สู่กิ่งไม้และเหนี่ยวกิ่งไม้ไว้ด้วยมืออันคล้ายมือมนุษย์อย่างน่าพิศวง

                ส่วนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆที่พบในอังคารานาก็มีพังพอนหางปล้องและฟอสซาสัตว์รูปร่างแปลกคล้ายแมวป่ารวมอยู่ด้วย ฟอสซาเป็นสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ที่สุดของมาดากัสการ์ ซึ่งมีคนพรรณนาไว้ว่า “ลักษณะคล้ายสิงโตภูเขาที่ถูกตัดขาออกแค่เข่า” มันยังชีพด้วยการกินซีฟากาเป็นอาหารหลัก

ฟอสซา

ฟอสซา

                ลึกลงไปใต้ดินของอังคารานา จระเข้ชนิดเดียวในโลกที่อาศัยอยู่ในถ้ำหลบอยู่ตามแม่น้ำใต้ดินในช่วงฤดูแล้งตลอดหกเดือน ซึ่งเริ่มจากพฤษภาคมถึงตุลาตม จระเข้ตัวใหญ่ๆอาจยาวเกือบ 6 ม. และสามารถจับมนุษย์กินได้

                เคราะห์ดีสำหรับผู้ที่เสี่ยงภัยเข้าไปในถ้ำเพราะจระเข้เหล่านี้จำเป็นต้องตากแดดก่อนที่พวกมันจะตื่นตัวพร้อมล่าเหยื่อ และอุณหภูมิของน้ำตามแม่น้ำใต้ดินนี้ก็ต่ำเพียงพอ คือไม่ถึง 26 oซ. จึงทำให้พวกมันมีอาการเฉื่อยชา

จระเข้

จระเข้

                สัตว์ที่ตัวเล็กกว่าจระเข้แต่มีอันตรายมากกว่า คือปลาไหลหนังหนาเหนียวที่อยู่ตามแม่น้ำใต้ดินกล่าวกันว่าปลาที่ตัวยาวอย่างน้อย 1.2 ม. ก้าวร้าวและมีฟันเป็นอาวุธร้ายนี้เคยเล่นงานคนว่ายน้ำ หรือแม้แต่เรือยาง ทั้งที่ไม่ถูกยั่วยุเลย

                ในขณะที่ธรรมชาติอันห่างไกลและไม่น่าอยู่อาศัยของอังคารานาและเขตสงวนเบมาราฮาช่วยพิทักษ์สัตว์ป่าไว้ได้จนถึงบัดนี้ แต่ที่อื่นๆของประเทศไม่เป็นเช่นนั้น แหล่งล้ำค่าที่มีพืชและสัตว์นานาชนิดอันหาที่เปรียบไม่ได้ในโลกนี้ กำลังถูกคุกคามใกล้สูญพันธุ์ในหมู่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนั้นไม่พบลีเมอร์พันธุ์แท้ในที่อื่นใด และสัตว์เลื้อยคลานซึ่งเป็นที่รู้จักกันส่วนใหญ่ 235 ชนิดที่พบในมาดากัสการ์ก็เป็นสัตว์พื้นเมืองของประเทศนี้

Aepyornis

อีพีออร์นิส หรือ “นกช้าง”

               

ในหมู่นกก็มีความลากหลายคล้ายกัน มาดากัสการ์มีนกกว่า 250 ชนิด ซึ่งกว่า 100 ชนิด เป็นของเกาะนี้โดยเฉพาะ ผลกระทบส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นกับจำนวนนกมาจากการโค่นต้นไม้ในป่าฝน แต่ปัจจัยเสริมก็คือการยิงนกเป็นกีฬาโดยนักทัศนาจรต่างชาติ ตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายๆ คือเรื่องน่าสลดใจของนกอีพีออร์นิส หรือ “นกช้าง” ซึ่งบินไม่ได้ และเท่าที่ทราบก็มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือใหญ่กว่านกกระจอกเทศถึงหนึ่งเท่าครึ่งนกชนิดนี้หนักราว 450 กก. และวางไข่ที่ใหญ่กว่านกกระจอกเทศถึงหกเท่านี้ แต่ถูกล่าจนสูญพันธุ์ไปในที่สุด มีผู้บันทึกถึงนกนี้เป้นครั้งสุดท้าย เมื่อปี ค.ศ. 1666

                กิ้งก่าคามีเลียนก็ถูกคุกคามอยู่เหมือนกัน ครึ่งหนึ่งของกิ้งก่าชนิดนี้ในโลกก็เป็นพันธุ์พื้นเมืองในมาดากัสการ์ แม้พวกมันจะไม่มีอันตรายเลย แต่ชาวมาลากาซีก็กลัวเกรงเพราะเชื่อว่ามีวิญญาณมนุษย์ที่ยังไม่ไปสู่สุคติสิงอยู่ในตัวพวกมัน ดวงตาที่กลอกไปมาได้โดยรอบ ทำให้พวกมันสามารถมองดูเบื้องหลังด้วยตาข้างหนึ่งและเบื้องน้าด้วยตาอีกข้าง

 กิ้งก่าคามีเลียน

กิ้งก่าคามีเลียน

                อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณว่ายังมีความหวังอยู่โครงการต่างๆที่มุ่งหมายจะช่วยชีวิตสัตว์ซึ่งใกล้สูญพันธุ์ได้เริ่มขึ้นในหลายพื้นที่ อย่างเช่น นักปักษีวิทยากำลังศึกษาประชากรของเหยี่ยวปลาและเหยี่ยวงูที่ถูกคุกคามอยู่

                จากอังคารานาไปทางเหนือสองสามไมล์ ในอุทยานแห่งชาติมงตาญดองเบรอ ชาวไร่กำลังได้รับการสนับสนุนจัดการที่ดินโดยนึกถึงผลระยะยาว คือให้ปลูกต้นไม้พื้นเมืองแทนที่จะโค่นไม้ในป่าฝนไปทำถ่าน และใช้ระบบชลประทานที่มีประสิทธิภาพ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มั่นใจว่าที่ตั้งอันมีลักษณะเฉพาะเช่นที่ราบสูงอังคารานาจะทำหน้าที่ดุจที่พักพิงของพืชและสัตว์หายากในอีกหลายศตวรรษข้างหน้า

ความงามที่ปราดเปรียว

                ลีเมอร์ ซึ่งได้ชื่อนี้มาจากคำเลมูเรส ซึ่งชาวโรมันใช้เรียกวิญญาณของคนที่ตายแล้วนั้น มีหลายนาด ตั้งแต่ตัวเท่าหนูจนถึงแมว ต่างจากอินดรี (ลีเมอร์ขนปุย) ที่ใหญ่กว่ามาก ตัวเท่าเด็กเล็กนักเดินทางผู้หนึ่งพรรณนาไว้เมื่อทศวรรษ 1920 ว่าเป็น “สัตว์ตัวเล็กที่สวยที่สุดเท่าที่มีอยู่ สัตว์พวกนี้ไม่ใช่ทั้งแมวและลิง แต่ธรรมชาติก็ให้คุณสมบัติพิเศษของสัตว์ทั้งสองแก่มันไว้ คือความสวยและความว่องไว”

ลีเมอร์

ลีเมอร์

                ลีเมอร์หางปล้องที่ขี้เล่นและมักเชื่องพอที่จะหยิบอาหารจากมือมนุษย์นั้น กลายเป็นสัตว์นำโชคของมาดากัสการ์ อีกชนิดคือพันธุ์แล้ว แต่ในปี 1986 นักธรรมชาติวิทยาได้พบตัวอย่างสัตว์ชนิดนี้ที่รอดชีวิต เป็นรายชื่อเพิ่มเพียงรายชื่อเดียวในรายชื่อันน่าเศร้าของสัตว์ที่สูญพันธุ์แล้วในมาดากัสการ์

ลีเมอร์

ลีเมอร์

                ญาติใกล้ชิดกับลีเมอร์คือ อายอาย ซึ่งมีหางเป็นพวง และอยู่ในป่าฝนแห่งชายฝั่งตะวันอกของเกาะเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็พบในอังคารานาด้วย สัตว์หากินกลางคืนที่ขี้ตื่นนี้ตัวยาวราวฟุตครึ่ง กินผลไม้ เมล็ดพืช แมลงและตัวอ่อนของด้วงเป็นอาหาร หูที่ไวทำมันสามารถได้ยินเสียงด้วงเจาะโพรงในไม้ผุอายอายใช้นิ้วกลางของมันซึ่งเรียวยาวเป็นพิเศษแกะตัวด้วงออกมา

ส่งต่อเรื่องนี้ซิ !! เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ

แสดงความคิดเห็น Facebook

comments

Comments are closed.