Facebook Twitter Reset

มหัศจรรย์แห่งทะเลสาบเดดซี(Dead Sea) ประเทศจอร์แดน

Untitled-1

           ทะเลเดดซี(Dead Sea) ดินแดนต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ที่มีเกลือเข้มข้นและเปลวแดดแผดกล้า อาจจะดูเหมือนไร้ชีวิตแต่ก็มีชีวิต

         Dead Seaแผ่นที่ทะเลสาบเดดซี(Dead Sea)

 

          ณ จุดต่ำสุดบนผืนโลก มีห้วงน้ำแผ่ไพศาลและกองเกลือผุดกระจายอยู่เหนือผิวน้ำสีครามนิ่งสงบ ก้อนเกลือใหญ่ลอยฟ่องราวกับภูเขาน้ำแข็งที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ภูมิทัศน์ที่เกือบไร้ชีวิตแห่งนี้คือทะเลเดดซี(Dead Sea) เป็นฉากของเรื่องภรรยาของโลทในคัมภีร์ไบเบิลที่ว่า เมื่อเธอไม่เชื่อฟังคำสั่งห้ามเหลียวกลับไปมองเมืองบาปโสตอมและโกโมราห์ ขณะที่เมืองทั้งสองถูกเพลิงและหินละลายเผาผลาญ ร่างของเธอก็กลายเป็นเสาเกลือ นักโบราณคดีบางคนเชื่อว่ามีเมืองดังกล่าวจมอยู่ในแอ่งตอนใต้ของทะเลเดดซี

ทะเลเดดซี(Dead Sea)

          ทะเลเดดซีตั้งอยู่ ณ ก้นหุบเขาจอร์แดนทางตอนเหนือของหุบเขาทรุดเกรตวิฟต์ หุบเขาดังกล่าวตั้งต้นบริเวณตอนบนของแม่น้ำจอร์แดนทอดตัวลงใต้ ผ่านทะเลเดดซี ทะเลแดง และแอฟริกาตะวันออก ทะเลเดดซีมีระดับผิวน้ำต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 396 ม. แต่บางช่วงลึกประมาณ 400 ม. ทำให้ก้นทะเลตรงนั้นอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึงเกือบ 800 ม.

ทะเลเดดซี(Dead Sea)

          ทะเลเดดซีเหยียดยาวเกือบ 80 กม. ไปตามแนวหุบเขา ตรงจุดกว้างที่สุดนั้นกว้างถึง 18 กม. มีเนินเขายูเดียอันแห้งแล้งกระหนาบอยู่ทางตะวันตก ส่วนทางตะวันออกคือที่ราบสูงโออับและเอโดม ที่กล่าวถึงอยู่ในคัมภีร์ไบเบิล

          คาบสมุทรเอลลิซาน (El Lisan แปลว่า “ลิ้น”) แบ่งทะเลสาบนี้ออกเป็นสองส่วน ตอนเหนือมีขนาดใหญ่และลึกกว่าตอนใต้ ซึ่งลึกโดยเฉลี่ยเพียง 6 ม. ตอนใต้นี้เองที่มีก้อนเกลือสีขาวลอยอยู่ ในฤดูหนาวซึ่งมีฝนตกชุกเป็นพิเศษจะมีน้ำไหลลงสู่ทะเลเดดซีวันละกว่า 6 ล้านตัน โดยไหลมาจากแม่น้ำจอร์แดนและลำน้ำเล็กๆ อีกมากมาย แต่จะระเหยหายไปอย่างรวดเร็วในฤดูร้อนซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่า 50 องศาเซนเซียส ทำให้ดินโคลน ทราย เกลือหิน และยิปซัมตกตะกอนอยู่ที่ก่นทะเลสาบ ก้อนเกลือที่เห็นลอยอยู่นั้นคือชั้นบนสุดของตะกอนที่จับตัวสะสมจนหนาเป็นแท่งตั้งแต่เมื่อกว่า 2 ล้านปีมาแล้ว

ทะเลเดดซี(Dead Sea)

          ถ้าน้ำไม่ระเหย ระดับน้ำในทะเลสาบจะสูงขึ้นประมาณปีละ 3 ม. แต่ความจริงนับจากช่วงต้นศตวรรษที่ 20 มา ระดับน้ำกลับลดลง ส่วนหนึ่งเกิดจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะจอร์แดนและอิสราเอลผันน้ำจากแม่น้ำจอร์แดนและลำน้ำสายอื่นๆ ที่ไหลลงสู่ทะเลสาบแห่งนี้ไปใช้ในการชลประทาน

ทะเลเดดซี(Dead Sea)ที่นี่มีใครอยู่บ้าง?

          ทะเลเดดซี(Dead Sea) มีพืชและสัตว์อยู่น้อยมาก ในน้ำทะเลสาบที่มีปริมาณเกลือเข้มข้นกว่าน้ำในมหาสมุทรถึงหกเท่า มีสัตว์เซลล์เดียวไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่อยู่รอดได้ น้ำซึ่งระเหยเป็นไออย่างต่อเนื่องมักทำให้เกิดหมอกปกคลุมเหนือผิวน้ำ ชาวอาหรับสมัยกลางเชื่อกันว่าพวกนกจะไม่บินข้ามทะเลเดดซีเพราะไอหมอกนั้นเป็นพิษ แต่ฝูงนกกิ้งโครงพันธุ์ที่เรียกกันว่า นกแกร็กเคิลของทริสแทรม ก็ทำให้ที่นี่มีชีวิตชีวาขึ้นมา พวกมันหากินแมลงและผลไม้อยู่ตามชายฝั่งทะเลสาบ (ชื่อนกชนิดนี้ตั้งตามชื่อของเอช.บี. ทริสแทรม พระนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ)

ทะเลเดดซี(Dead Sea)

          นอกจากเกลือแล้ว ทะเลเดดซียังอุดมไปด้วยแร่ธาตุเช่น โพแทส แมกนีเซียม และโบรมีน ว่ากันว่าแร่ธาตุเหล่านี้ช่วยบำบัดโรคภัยไข้เจ็บให้แก่ผู้ที่ลงอาบน้ำในทะเลสาบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคผิวหนัง โรคข้ออักเสบ และโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ส่วนโคลนสีดำของเดดซีนั้นก็เชื่อว่าทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งอ่อนเยาว์ ปัจจุบันมีการสกัดเอาแร่ธาตุต่างๆ ไปใช้ประโยชน์เชิงการค้า เช่นเดียวกับที่เคยขายแร่บิทูเมนให้ชาวอียิปต์นำไปใช้ดอกและห่อศพในคริสต์ศตวรรษที่ 4 และนับแต่ปี ค.ศ.1930 เป็นต้นมาก็มีการสกัดเอาแร่โพแทสไปทำปุ๋ยทะเลเดดซี(Dead Sea)

          ภูมิภาคนี้มีฝนและแม่น้ำน้อย แม้ว่าจะมีทางน้ำที่แห้งแล้วอยู่มากมาย เวลาฝนตกหนัก น้ำจะรวมตัวเป็นกระแสน้ำเชี่ยวกราก พัดพาตะกอนบนชั้นหินลงสู่ทะเลสาบทะเลเดดซี(Dead Sea)

          ถึงแม้จะเล็กและแทบไร้สิ่งมีชีวิต ทะเลเดดซีกลับมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ ป้อมมาซาดาบนเขาทางฝั่งตะวันตกนั้นเคยเป็นป้อมปราการและจุชมทะเลสาบของพระเจ้าเฮรอดมหาราชกษัตริย์แห่งยูดาห์ผู้สร้างป้อมนี้เพิ่มเติมต่อจากที่โจนาธาน แมกคาเบอุสได้สร้างไว้ก่อนหน้านั้น ด้านเหนือของมาซาดาคือเอนเกดี(Ein Gedi แปลว่า “น้ำพุของแพะ”) มีเรื่องเล่าในหนังสือซามูลเอล (Book of Samuel) ว่าดาวิดหนีมาหลบภัยที่นี่ครั้นเมื่อกษัตริย์ชาอูลกริ้วไล่ล่าตัวเขา เอนเกดีเป็นโอเอซิสที่ชุ่มชื่นด้วยน้ำพุ พืชพรรณเขียวขจี และแพะป่า กล่าวกันว่ามีกระทั่งเสือดาวอาศัยอยู่

ทะเลเดดซี(Dead Sea)

          เหนือขึ้นไปอีกในถ้ำต่างๆ บริเวณเนินเขาที่กุมราน พวกเอสซีนส์อันเป็นนิกายโบราณของชาวฮิวได้ซ่อน ม้วนคัมภีร์เดดซี (Dead Sea Scrolls) ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วงกลางศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาลจนถึง ค.ศ.68 ไว้ บางส่วนในคัมภีร์นี้เผยให้โลกได้รับรู้เรื่องราวในอารามของชุมชนนิกายดังกล่าว

ป้อมมาซาดาอันแข็งแกร่ง masada

          ป้อมมาซาดา masada ที่พระเจ้าเฮรอดทรงปรับปรุง ตั้งอยู่บนยอดผาชันทางตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลเดดซี นักแสวงบุญจะไต่ขึ้นไปตามทางเดินคดเคี้ยวเหมือนงูของบป้อมนี้ เพื่อระลึกถึงเหล่ากบฎชาวยิวที่ถูกพวกโรมันล้อมไว้ และเลือกปลิดชีพตัวเองแทนที่จะยอดตกเป็นทาสเมื่อปี ค.ศ.73

masada

          นักบวชคริสเตียนสร้างวิหารหลังหนึ่งไว้ที่นั่น ต่อมาป้อมนี้ถูกกลมฝังอยู่ใต้ซากปรับหักพังจนทศวรรษ 1960 นักโบราณคดีได้ขุดพบพระราชวังโอ่อ่าสองแห่งของเฮรอด ที่มีห้องอาบน้ำ สระว่ายน้ำ และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่พรั่งพร้อม ทั้งยังพบที่พักอาศัยของพวกกบฏชาวยิว มีอ่างน้ำซึ่งเคยใช้ในพิธีกรรม และสิ่งก่อสร้างที่เชื่อว่าเป็นวัดยิวเก่าแก่ที่สุดในโลก

masada

ส่งต่อเรื่องนี้ซิ !! เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ

แสดงความคิดเห็น Facebook

comments

Comments are closed.