Facebook Twitter Reset

ทะเลสาบเตอร์กานาแห่งเคนยา

Untitled-1

แม่น้ำที่ไหลตัดผ่านพื้นผิวทะเลสาบในเคนยาตอนเหนือนั้น ได้สร้าง “ทางสายใหญ่” ขึ้นมาจากโคลนตม

แผ่นที่ทะเลสาบ เตอร์กานา

แผ่นที่ทะเลสาบ เตอร์กานา

 

ทางแม่น้ำสายใหญ่” ที่ตัดผ่านพื้นผิวเรียบกว้างของทะเลสาบเตอร์กานานั้น ลดเลี้ยวไปมาระหว่างคันดินตะกอนที่ดูเป็นระเบียบราวมนุษย์สร้างไว้จากชายฝั่งทะเลสาบกว่า 5 กม. ทางสายใหญ่นี้ก็ไปสิ้นสุดลงที่ดินดอนสามเหลี่ยมรูปร่างคล้ายตีนนกยักษ์แผ่กางอยู่อย่างน่าทึ่ง

นี่คือปลายทางของแม่น้ำโอโม ซึ่งตั้งต้นในเอธิโอเปียที่ห่างออกไป 640 กม. แม่น้ำไหลรี่ไปทางใต้ ผ่านโกรกธารแปลกตาและทะลักลงมาเป็นน้ำตก จนกระทั่งในที่สุดก็ลดเลี้ยวผ่านพื้นที่สูงๆต่ำๆของป่าแคระและป่าไม้พุ่มแห้งแข็งกลายเป็นสายน้ำขุ่นข้นด้วยตะกอนจนเป็นสีน้ำตาลอมส้ม หลั่งไหลเข้าไปทะเลสาบเตอร์กานาสีเขียวสดในเคนยาตอนเหนือ

แต่น้ำในแม่น้ำนี้แม้จะมีโคลนตมและเศษวัตถุที่พัดพามาระหว่างทางอยู่มาก ก็ยังเบากว่าน้ำในทะเลสาบ ซึ่งมีสารละลายจากภูเขาไฟอยู่หนาแน่น ดังนั้นสายน้ำเชี่ยวจึงไหลข้ามพื้นผิวทะเลสาบ โดยค่อยๆไหลช้าลงและทิ้งโคลนตมกับเศษวัตถุไว้จนเกิดเป็นตลิ่ง เมื่อแรงขับเคลื่อนของน้ำหมด น้ำก็แผ่ออกทำให้เกิดดินดอนสามเหลี่ยม และในที่สุดก็กลืนไปกับทะเลสาบ

แม่น้ำโอโม

แม่น้ำโอโมไหล่ผ่านฝั่งหรือคันดินที่แม่น้ำสร้างขึ้น เข้าไปในทะเลสาบเตอร์กานา

 

แม่น้ำโอโม

แม่น้ำโอโม

ทะเลสาบเตอร์กานาซึ่งยาว 312 กม. นี้มีแม่น้ำหลายสายคอยหล่อเลี้ยง แต่ไม่มีทางไหลออก นานมาแล้วเมื่อแม่น้ำเหล่านี้ยังมีน้ำอยู่มากระดับน้ำทะเลสาบคงสูงกว่าในปัจจุบันราว 180 ม. และเคยไหลไปลงแม่น้ำไนล์โดยผ่านโกรกธาร ณ ปลายทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ แต่ภูมิอากาศที่เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงทำให้ระดับน้ำลดลง และโกรกธารนั้นบัดนี้แห้งสนิท

หลายศตวรรษมาแล้วที่เถ้าธุลีและลาวาได้ปะทุจากภูเขาไฟที่อยู่รอบทะเลสาบ และถูกซะลงไปในน้ำ ทำให้เกลือแร่ต่างๆรวมทั้งโซเดียมคาร์บอเนต (โซดาซักผ้า) ตกทับถมเป็นชั้นหนา

ทะเลสาบเตอร์กานาซึ่งตั้งอยู่ในที่ว่างเปล่าทุรกันดารทางตะวันตกเฉียงเหนือของเคนยาติดกับพรมแดนเอธิโอเปียนั้น อยู่ห่างไกลจนมีแต่นักเดินทางผู้ชอบผจญภัยและนักมานุษยวิทยา ผู้มุ่งมั่นเท่านั้นที่ไปถึงและกลับมาบอกเล่าถึงชีวิตของชาวเผ่าที่ใช้ชีวิตอยู่รอบบริเวณนั้น

ทะเลสาบ Turkana

ทะเลสาบ Turkana

ความพยายามของพวกเขานั้นนับว่าคุ้มค่าเพราะทะเลสาบแห่งนี้เป็นถิ่นอาศัยอันน่าตื่นตาของจระเข้ ฮิปโปโปเตมัส และนกน้ำหลายพันธุ์ มีจระเข้ประมาณ 12,000 ตัวอยู่ในทะเลสาบเตอร์กานาและบริเวณรอบๆ แม้จะเป็นจระเข้จำพวกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือยาวถึงห้าเมตรครึ่ง แต่โดยทั่วไปก็ไม่เป็นภัยต่อมนุษย์และสัตว์ เพราะมันกินปลาเพิร์ชแม่น้ำไนล์ตัวใหญ่ที่เติบโตในทะเลสาบเป็นอาหาร ในค่ำคืนอันสงัดนั้น ผู้มาเยือนที่ยืนอยู่ข้างท้องน้ำอาจได้ยินเสียงขากรรไกรขนาดใหญ่ขบกัน ในขณะที่จระเข้รวมกลุ่มล้อมปลาไปติดชายฝั่ง โดยค่อยๆประชิดตัวและขยอกปลาเข้าไป

ทะเลสาบ Turkana

ทะเลสาบ Turkana

แหล่งสืบพันธุ์ของจระเข้ในทะเลสาบเตอร์กานาอยู่ที่เกาะเซนทรัล ซึ่งเกิดจากแอ่งภูเขาไฟเล็กๆกลุ่มหนึ่งใกล้ชายฝั่งตะวันตก ที่นี่จระเข้เพิ่มจำนวนโดยแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นเวลา 130 ล้านปี จระเข้ตัวใหญ่ขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้นขนาดที่ใหญ่และความเชื่องของจระเข้อาจเกิดจากการไม่มีผู้ล่าและมีอาหารที่เหลือเฟือ ผลของการที่น้ำมีโซเดียมอยู่ด้วยอาจทำให้ช่วงท้องของพวกมันตะปุ่มตะป่ำจนไม่เหมาะที่จะเอาหนังมาทำรองเท้าหรือกระเป๋าถือ ซึ่งอาจช่วยให้พวกมันรอดพ้นจากความสนใจของมนุษย์

การทำงานเป็นทีมของนกกระทุง

ที่นี่ยังมีนกฝูงใหญ่มากมาย ที่เลี้ยงชีวิตอิ่มหนำด้วยปลาจำนวนมหาศาล มีทั้งเหยี่ยวออสเปรย์นกปากช้อน นกยาง นกช้อนหอย นกกาน้ำ เป็ด ห่าน พร้อมทั้งนกกระทุงสีขาวตัวใหญ่ นกกระทุงนั้นดูท่าจะเลียนวิธีจับปลาของจระเข้ มันจะตั้งแถวและแหวกน้ำไปข้างหน้าพร้อมกัน และแล้วราวกับได้รับสัญญาณ พวกมันก็จุ่มปากลงไปในน้ำพร้อมกันและงับปลาขึ้นมา

ทะเลสาบ Turkana

ทะเลสาบ Turkana

ทะเลสาบเตอร์กานาเคยเรียกกันว่าทะเลสาบรูดอล์ฟจนถึงต้นทศวรรษ 1970 ชาวยุโรปคนแรกที่เห็นทะเลสาบนี้เมื่อปี ค.ศ. 1897 คือ เคานต์ซามวล เทเลคิ ฟอน เซค เขาตั้งชื่อตามพระนามของมงกุฎราชกุมารแห่งออสเตรีย เคานต์เทเลคิ เป็นทั้งนักกีฬาและนักภูมิศาสตร์ชาวฮังการีผู้มั่งคั่ง เขาและกองคาราวานขนาดใหญ่พร้อมด้วยอุปกรณ์ครบครัน มีลูกหาบ 450 คนและผู้นำทางหกคน ได้ทำลายล้างบริเวณดังกล่าวไปมาก โดยยิงทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า ตั้งแต่นกป่าตัวเล็กๆจนถึงสัตว์ใหญ่อย่างช้าง ฮิปโปโปเตมัสและเสือดาว

ทะเลสาบนี้เป็นชิ้นส่วนภาพปริศนาชิ้นสุดท้ายที่ทำให้เอ็ดเวิร์ด ซูเอสส์ นักธรณีวิทยาชาวเวียนนาสามารถต่อ “จิ๊กซอว์” ได้สำเร็จสมบูรณ์ เขาได้เห็นลักษณะภูมิประเทศอันเกิดจากทะเลสาบและแม่น้ำตั้งแต่ทะเลสาบไนยาซาในแอฟริกาตอนใต้ไปจนถึงแม่น้ำจอร์แดนในตะวันออกกลางและสังเกตรู้ว่ามีรอยเลื่อนในเปลือกโลกที่นั่น ซึ่งบัดนี้เป็นที่รู้จักกันในนามเกรตริฟต์แวลลีย์ ทะเลสาบเตอร์กานามีเสน่ห์ดึงดูดใจเป็นพิเศษ เพราะที่นี่คือที่ซึ่งนักมานุษยวิทยาหลายคน รวมทั้งแมรีกับหลุยส์ ลีกีย์และริชาร์ดบุตรชาย มาวิจัยอยู่หลายทศวรรษ และค้นพบซากดึกดำบรรพ์ที่เก่าแก่ที่สุดของบรรพบุรุษของมนุษย์ยุคปัจจุบัน

ซากเหล่านี้แสดงว่ามนุษย์ยุคแรกๆได้ท่องอยู่ในบริเวณนี้เมื่อ 2 ล้านปีมาแล้ว เพราะมีการค้นพบรอยเท้าที่เดินสองขาถูกเก็บเป็นรอยประทับในสภาพ “หล่อปูน” ด้วยสิ่งทับถมของภูเขาไฟขวานหินที่พวกเขาใช้ล่าสัตว์ก็กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นหลายแห่ง

ซากดึกดำบรรพ์จำนวนมากที่ค้นพบในบริเวณนี้มาจากกระดูกที่ถูกฝังเป็นเวลานานหลายพันชั่วคนจนกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์อยู่ในตะกอนและลาวาภูเขาไฟที่ทับถมกันเป็นชั้นๆ เมื่อแผ่นดินเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ชั้นเหล่านี้ก็ปรากฏให้เห็น จึงเป็นเสมือนห้องทดลองให้เราได้ศึกษายุคแรกสุดของมนุษย์ที่อยู่รอบชายฝั่งของทะเลสาบสีหยกนี้

จับปลาในทะเลสาบ

ในบรรดาเผ่าต่างๆที่อยู่ใกล้ทะเลสาบนี้ มีเพียงสองเผ่าที่ได้ประโยชน์จากปลาจำนวนมากมาย คือ เผ่าเตอร์กานาและเผ่าเอลโมโล

การจับปลา

การจับปลาในทะเลสาบ

การจับปลาตอนค่ำคืนกับพวกเตอร์กานาเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น คยจับปลาจะยืนอยู่ในน้ำตื้นริมทะเลสาบ มือข้างหนึ่งโบกมัดอ้อแห้งที่คุไฟไปมาแสงไฟจะล่อปลาให้ขึ้นมาบนผิวน้ำ ส่วนมืออีกข้างจับสุ่มที่ทำจากไม้อ่อนสานกัน จากนั้นก็ครอบปลาที่ก้นทะเลสาบอย่างคล่องแคล่ว และชาวเตอร์กานาที่อยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของทะเลสาบจะใช้สายเบ็ดมีหินถ่วง จับปลาเพิร์ชแม่น้ำไนล์ขนาดยักษ์ ซึ่งหนักถึง 90 กก.

ชื่อของชาวเอลโมโลนั้นหมายถึง “ชนผู้ยังชีพโดยการจับปลา” คนจับปลาผู้ชำนาญเหล่านี้อยู่ที่ตอนปลายด้านใต้ของทะเลสาบเตอร์กานาพวกเขาใช้หอกหรือแหจับปลาและจระเข้ ในขณะที่ทรงตัวอยู่บนแพทีทำจากท่อนปาล์มผูกมัดเข้าด้วยกัน

ตาข่ายสาน

การดักปลาด้วยสุ่มที่สานโปร่งๆของชาวเตอร์กานา เป็นกลวิธีที่ได้ผ่านการทดลองและทดสอบมานานหลายศตวรรษ

ส่งต่อเรื่องนี้ซิ !! เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ

แสดงความคิดเห็น Facebook

comments

Comments are closed.