Facebook Twitter Reset

เทือกเขาวีรูงกา ถิ่นอาศัยของกอริลลาภูเขา

Untitled-1

เทือกเขาวีรูงกา (Virunga Mountains)

ภูเขาไฟแปดลูกสูงเสียดเมฆ ณ จุดบรรจบของสามประเทศในแอฟริกาตะวันออก ที่นี่เป็นถิ่นอาศัยแห่งเดียวของลิงกอริลลาภูเขา

เทือกเขาวิรุงกา

เทือกเขาวิรุงกา

มองจากที่ไกล ยอดของเทือกเขาวิรุงกาดูสูงใหญ่น่าเกรงขามในเมฆหมอก เทือกเขาที่ตระหง่านอยู่เหนือที่ราบของประเทศรวันดา ยูกันดา และคองโกนี้ ทำให้รู้สึกตื่นใจเมื่อนึกย้อนไปถึงกำเนิดของพื้นพิภพ เทือกเขาวิรุงกาที่ทอดยาว 58 กม. ประกอบด้วยภูเขาไฟแปดลูก หกลูกที่กระจุกกันอยู่เป็นสองกลุ่ม กลุ่มละสามลูกนั้นเงียบสงบและดับแล้ว อีกสองลูกซึ่งตั้งอยู่เคียงกันที่ปลายข้างหนึ่งของเทือกเขานั้นยังมีพลัง และคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลาราวคำขู่ว่าจะปะทุขึ้นอีก

ภูเขาไฟ

ภูเขาไฟนียามูลากิรา

นียามูลากิรา ซึ่งหมายถึง “ผู้บัญชาการ” เป็นภูเขาไฟที่คุกรุ่นรุนแรงที่สุดลูกหนึ่งของโลก ชาวยุโรปได้เห็นการปะทุครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1894 และตั้งแต่นั้น มันก็ปะทุผ่านรอยแยกต่างๆหลายครั้ง ระหว่างการปะทุอันน่าตื่นตาเมื่อปี 1938-1940 ลาวาจากแอ่งแอ่งหนึ่งที่ไหล่เขาได้ไหลลงทะเลสาบคีวูที่อยู่ห่างไป 24 กม. ผู้สังเกตการณ์ผู้หนึ่งบันทึกไว้ว่า ลาวาเปล่งแสงจ้า “ราวกับกากโลหะจากเตาหลอม” ในขณะที่ไหลไปตามทางและ “เมื่อลาวากระทบน้ำในทะเลสาบก็เกิดไอกลุ่มมหึมาขึ้น” การสูญเสียลาวาเป็นปริมาณมากนี้ทำให้ยอดของนียามูลากิรายุบลง เกิดเป็นแอ่งภูเขาไฟมโหฬารกว้างกว่า 2 กม.

ภูเขาไฟนียิรากองกาที่อยู่ใกล้เคียงและยังคุกรุ่นก็มีแอ่งภูเขาไฟที่น่าทึ่งเช่นเดียวกัน ในปี ค.ศ. 1977 รูปทรงกรวยเกือบสมบูรณ์ของมันได้เกิดรอยปริขึ้นห้าแห่ง ทำให้ลาวาทะลักออกมาทำลายล้างทุกอย่างที่ขวางทางเพลิง

ภูเขาไฟ นียามูลากิรา (nyamuragira)

ภูเขาไฟ นียามูลากิรา (nyamuragira)

 

ภูเขาไฟ นียามูลากิรา (nyamuragira)

ภูเขาไฟ นียามูลากิรา (nyamuragira)

 

ภูเขาไฟ นียามูลากิรา (nyamuragira)

ภูเขาไฟ นียามูลากิรา (nyamuragira)

ทะเลสาบคีวูที่เกิดจากลาวา

ลาวาที่ทะลักจากเทือกเขาวิรุงกามีส่วนเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศที่ล้อมรอบ เทือดเขานี้ตั้งอยู่ในหุบเขาทรุดเกรตริฟต์แวลลีย์ด้านตะวันตก ครั้งหนึ่งแม่น้ำในบริเวณนี้เคยไหลขึ้นเหนือไปทางแม่น้ำไนล์ แต่เชื่อกันว่าธารลาวาจากภูเขาไฟได้ปิดกั้นแม่น้ำจนเกิดทะเลสาบคีวูขึ้น เนื่องจากมีชายฝั่งเว้าลึก ทำให้มีผู้กล่าวขวัญกันว่าเป็นทะเลสาบที่สวยงามที่สุดของแอฟริกา แต่ทั้งที่ท้องน้ำดูงามสงบ ทะเลสาบคีวูคือระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ

ทะเลสาบคีวู Lake Kivu

ทะเลสาบคีวู Lake Kivu

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึมผ่านพื้นทะเลสาบและสะสมอยู่ที่นั่นด้วยแรงกดดันมหาศาลของน้ำเบื้องบน ทะเลสาบนี้มีความลึกเฉลี่ยราว 180 ม. แต่ในบางแห่งก็ลึกถึง 400 ม. เมื่อภาวะเดียวกันนี้เกิดขึ้นที่ทะเลสาบนียอสในประเทศแคเมอรูนเมื่อปี ค.ศ. 1986 กลุ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มรณะก็ระเบิดพลุ่งผ่านท้องน้ำขึ้นมาคลุมหุบเขาที่มีประชากรหนาแน่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,700 คน

ทะเลสาบคีวู Lake Kivu

ทะเลสาบคีวู Lake Kivu

ที่ทะเลสาบคีวูนั้นผลที่ตามมาอาจทำลายล้างได้มากกว่า เพราะแบคทีเรียคือตัวการเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นมีเธน การที่มนุษย์เข้าไปรบกวนทะเลสาบ เช่นสูบมีเธนขึ้นมาใช้เป็นเชื้อเพลิง อาจเป็นเหตุให้ก๊าซนี้ผุดขึ้นมาถึงผิวน้ำ ซึ่งเมื่อสัมผัสเปลวไฟก็จะทำให้ก๊าซที่ติดไฟได้นี้ระเบิดกลายเป็นลูกไฟใหญ่ เผาผลาญบริเวณที่ล้อมรอบ

ความปั่นป่วนภายในเปลือกโลกไม่มีผลคุกคามต่อที่อื่นๆในเทือกเขาวิรุงกา เพราะภูเขาไฟลูกอื่นๆต่างดับไปนานแล้ว คาริซิมบีซึ่งมียอดสูงสุดถึง 4,507 ม. นั้น ได้ชื่อมาจากคำว่า ซิมบี แปลว่า “เปลือกหอยเบี้ยสีขาว” มีนัยถึงหิมะที่ปกคลุมยอดเขา ลาดเขาบิโซเกที่อยู่ใกล้กันเป็นถิ่นอาศัยของลิงกอริลลาภูเขา ส่วนซาบินโยที่อยู่ใกล้ปลายสุดด้านตะวันออกของเทือกเขาวิรุงกามียอดแหลมหลายอด ยอดสูงสุดเป็นจุดตรงที่แนวพรมแดนของรวันดา ยูกันดาและคองโก มาบรรจบกัน

เทือกเขาวิรุงกาเคยเป็นบริเวณหนึ่งที่มีการค้นหาแหล่งกำเนิดแม่น้ำไนล์ การคาดคะเนเกี่ยวกับต้นกำเนิดของแม่น้ำสายยิ่งใหญ่ของอียิปต์นี้มีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณยังรุ่งเรืองปโตเลมี นักภูมิศาสตร์ นักดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์ในคริสต์ศตวรรษที่ 2 เชื่อว่าแม่น้ำนี้กำเนิดจาก “ทิวเขาแห่งดวงจันทร์” ต่อมาจอห์น แฮนนิง สปีก นักสำรวจชาวอังกฤษกล่าวว่าเทือกเขาวิรุงกาซึ่งมี “รูปทรงกรวยเด่นระฟ้า” นี้เองเป็นทิวเขาที่ปโตเลมีเอ่ยถึง แต่ทุกวันนี้เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่าเทือกเขารูเวนซอรีที่อยู่ทางเหนือต่างหากที่เป็นทิวเขาแห่งดวงจันทร์

ภูเขาไฟที่ดับแล้ว

หมอกบางๆลอยวนรอบยอดขุรขระของซาบินโย ซึ่งเป็นภูเขาไฟลูกหนึ่งในหลายลูกที่ดับแล้วของเทือกเขาวิรุงกา

สปีกเพียงแค่เห็นเทือกเขาดังกล่าวจากที่ไกลแต่ถ้าได้ป่ายปีน เขาก็จะพบพรรณไม้น่าตื่นตามากมาย ทุกวันนี้แม้ที่ดินที่อยู่ต่ำลงไปส่วนมากจะถูกแผ้วถางเพื่อการเกษตร แต่ป่าดั้งเดิมยังคงเหลืออยู่บ้าง ถัดขึ้นไปมีต้นไผ่ขึ้นอยู่หนาทึบ สูงขึ้นไปอีกเป็นต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านร่มใบ ไม้พุ่ม และทุ่งหญ้า เหนือขึ้นไป 3,000 ม. จะเป็นต้นเฮเธอร์โลเบเลีย และกราวน์เซล ซึ่งล้วนมีขนาดใหญ่น่าทึ่ง แต่ในที่สูงเกิน 4,000 ม. แทบไม่มีพืชใดขึ้นอยู่ได้ยกเว้นมอส หญ้า และไลเคน ท่ามกลางพรรณไม้ประจำถิ่นอันหลากหลายนี้มีนกอยู่ถึง 180 ชนิด และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 60 ชนิด ซึ่งรวมถึงเสือดาว ชะมด หมาไฮยีนา และหมาแจ็กคัล พร้อมทั้งควาย หมู่ป่าไม้พุ่ม ช้าง และตัวไฮแร็กซ์ต้นไม้

ป่าแห่งเทือกเขาวิรุงกายังเป็นถิ่นอาศัยเพียงแห้งเดียวของลิงกอริลลาภูเขา ในช่วงทศวรรษ 1960-1970 นั้น จำนวนของพวกมันลดลงจากประมาณ 400-500 ตัว เหลือเพียง 250 ตัว เพราะลิงกอริลลาต้องแก่งแย่งอาหารกับฝูงปศุสัตว์ นอกจากนี้ยังถูกจับส่งสวนสัตว์ และถูกพวกลักลอบดักจับตัวเอามือและหัวไปขายให้นักท่องเที่ยว ชะตากรรมของลิงกอริลลาเหล่านี้เป็นที่สนใจขึ้นมาเนื่องจากการต่อสู้ของไดแอนฟอสซีย์ นักอาชีวบำบัดชาวอเมริกันซึ่งเคยทำงานกับเด็กพิการ แต่ผันตัวเองมาเป็นนักอนุรักษ์

ลิงกอริลลาภูเขา Gorilla

ลิงกอริลลาภูเขา Gorilla

ฟอสซีย์เดินทางเข้าไปตั้งหลักแหล่งอยู่ที่ลาดเขาบิโซเกในรวันดาเมื่อปี 1967 และศึกษาลิงกอริลลาอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 18 ปี ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความอดทนไม่มีที่สิ้นสุด เธอก็ผูกใจลิงกอริลลาจนได้ บางครั้งเธอถึงกับใช้เวลาเป็นวันๆคลานไปรอบป่าที่ชุ่มฝน เพื่อเลียนแบบพฤติกรรมประจำวันของพวกมัน เช่นแกล้งทำเป็นกินพืช เกาเนื้อตัว ทุบหน้าอกและเรอ หลังจากคลุกคลีกับพวกมันอยู่สามปี เธอก็สร้างประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่ง โดยขณะที่กำลัง “เคี้ยว” พืช เธอยื่นมือให้ลิงกอริลลาตัวหนึ่ง และลิงตัวนั้นก็ยื่นมือของมันมาแตะนิ้วเธอ นับเป็นครั้งแรกที่ลิงกอริลลาป่าแตะต้องมนุษย์

โครงการลิงกอริลลาภูเขา

เพื่อปกป้องสัตว์เหล่านี้ องค์การอนุรักษ์นานาชาติจึงได้จัดตั้งโครงการลิงกอริลลาภูเขาขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายคือ เสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับลิงกอริลลา และส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยสร้างงานและลดความจำเป็นในการลักจับสัตว์ ฟอสซีย์ไม่เห็นด้วยกับแผนการนี้ เธอต้องการให้จัดตั้งหน่วยลาดตระเวน ซึ่งมีอำนาจที่จะยิงพวกลักลอบจับสัตว์ทันทีที่เห็น

ในปลายปี 1985 มีผู้พบฟอสซีย์นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียง เธอถูกตีอย่างแรงครั้งเดียวที่ศีรษะ โดยฆาตกรซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร ศพของเธอได้รับการฝังไว้ที่หลังกระท่อมบนภูเขา แต่งานแห่งชีวิตของเธอก็ออกดอกผลแล้ว เพราะทุกวันนี้จำนวนกอริลลาภูเขาในป่าแห่งเทือกเขาวิรุงกากำลังเพิ่มขึ้น

ลิงกอริลลา

ลิงกอริลลาภูเขาอยู่กันเป็นกลุ่มครอบครัว กลุ่มละ 5-20 ตัว พวกมันกินใบพืช เช่น เซเลอรีป่า ตำแย และผักมีหนามเป็นอาหาร

เสียงเรียกยามราตรี

เสียงหวีดแหลมดังลั่นตลอดค่ำคืนบนลาดเทือกเขาวิรุงกาที่มีป่าปกคลุม บริเวณนี้เป็นอาณาเขตของไฮแร็กซ์ต้นไม้ ที่มีขนาดเท่ากระต่าย มันมักโผล่ออกจากโพรงในตอนกลางคืน ส่ง “ภาษา” ที่มีสัญญาณเตือนภัย เสียงติดต่อ และเสียง “ห้ามเข้า” อาณาเขต แม้ไฮแร็กซ์จะตัวเล็ก แต่ญาติใกล้ชิดที่สุดของมันกลับเป็นช้าง

ตัวไฮแรกซ์

ตัวไฮแรกซ์

ส่งต่อเรื่องนี้ซิ !! เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ

แสดงความคิดเห็น Facebook

comments

Comments are closed.