Facebook Twitter Reset

โอเอซิส อูลัดซาอิด แห่งแอลจีเรีย

Untitled-1

 พื้นที่อันอุดมสมบูรณ์จุดหนึ่งในท่ามกลางความรกร้างว่างเปล่าของสะฮารานั้น มีต้นไม้อุดมงอกงามและสายน้ำไหลหล่อเลี้ยง

               น้ำคือสายเลือดเลี้ยงชีวิตของทะเลทรายและโอเอซิสหลายร้อยแห่งก็กระจายอยู่ทั่วสะฮารา ประดุจเกาะแก่งอันอุดมสมบูรณ์ในท้องทะเลเปลี่ยว ภาพโอเอซิสในความนึกคิดของคนส่วนมากเป็นภาพฝัน มีต้นปาล์มไหวอยู่เคียงข้างสระน้ำใสดั่งกระจก ซึ่งชนเผ่าเร่ร่อน (nomad หรือชาวเผ่าที่ชอบเคลื่อนย้ายถิ่นทำกิน) แวะมาเติมถุงน้ำก่อนเดินทางต่อไป ภาพนี้แม้งดงามแต่ก็ไม่ตรงกับความเป็นจริงนัก เนื่องจากโอเอซิสบางแห่ง เช่นอูลัดซาอิดในแอลจีเรียนั้น มีชุมชนมาตั้งหลักแหล่งทำไร่ถาวรอยู่นานแล้ว

               อูลัดซาอิดเป็นสถานที่ซึ่งมีเสน่ห์น่าทึ่งด้วยดงปาล์มและแปลงพืชผัก อีกทั้งเสื้อคลุมสตรีก็ช่วยเพิ่มสีสันสดใสให้กับถนนที่เรียงรายด้วยบ้านที่สร้างจากดินสีแดง โอเอซิสแห่งนี้ดูขัดกันอย่างเด่นชัดกับบริเวณแวดล้อม คือแกรนด์เอิร์กอ็อกซิเดนทัล ซึ่งมีเนินทรายขนาดใหญ่คล้ายระลอกคลื่นในทะเลทราย และแสงตะวันอันแรงกล้าทำให้อุณหภูมิตองกลางวันในฤดูร้อนสูงถึง 49°ซ.ขึ้นไป ถ้านักเดินทางติดค้างอยู่ที่นี่โดยปราศจากร่มเงาหรือน้ำ จะเป็นไข้แดดและเกิดภาวะขาดน้ำจนเสียชีวิตภายใน 48 ชั่วโมง

โอเอซิส อูลัดซาอิด

โอเอซิส อูลัดซาอิด

               ผู้คนที่ตั้งถิ่นฐานในอูลัดซาอิดนั้นส่วนใหญ่ทำสวนเพื่อนำพืชผลไปขาย พวกเขาเพาะปลูกบนแปลงที่ดินอันมีทางน้ำไหลผ่าน โดยปลูกผัก องุ่น มะเดื่อ พีช และส้ม พร้อมทั้งพืชที่มีค่าสูงสุดในทะเลทรายคืออินทผลัม ภายในดงปาล์มยังมีเสาเป็นเครื่องแสดงว่าย่านนี้เคยเป็นตลาดค้าทาสสมัยก่อน ทาสผู้อับโชคเหล่านี้ครั้งหนึ่งเคยต้องทำงานหนักเพื่อสร้างร่องน้ำ หรืออุโมงค์ชักน้ำ เพื่อนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของสถานที่นี้ อุโมงค์ชักน้ำจะนำน้ำขึ้นมาจากบริเวณหินทรายพรุนขนาดใหญ่ใต้ดิน ซึ่งบางแห่งหนาถึง 1,800 ม.

                กล่าวกันว่าอินทผลัมชอบให้ยอดถูกไฟเผาและรากแช่น้ำ ต้นไม้นี้มีความสำคัญต่อชีวิตในทะเลทรายไม่แพ้อูฐ จึงเป็นที่นับถือของผู้คน และเป็นที่คุ้นเคยแทบเหมือนญาติสนิท ต้นไม้นี้ยังเป็นที่มาของเรื่องราวในเทพนยายและตำนานต่างๆ อีกด้วย

                ตำนานเกี่ยวกับอินทผลัมเรื่องหนึ่งเล่าว่า พระอัลเลาะห์ทรงสร้างต้นไม้ชนิดนี้จากดินที่เหลือหลังจากทรงสร้างอาดัมแล้ว  อีกเรื่องอ้างว่าเมื่ออาดัมถูกขับออกจาก “สวนสวรรค์” นั้น พระเจ้าทรงบัญชาให้เขาตัดผมและเล็บฝังใต้ดินไว้ และตรงนั้นเองที่มีต้นไม้ที่ให้ผลฉ่ำหวานงอกขึ้นมา

ต้นไม้แห่งชีวิตต้นอินทผลัม

               มีเรื่องเล่าด้วยว่า ต้นอินทผลัมมีความผูกพันกันอย่างใกล้ชิด ถ้าต้นหนึ่งตายไป “เพื่อน” ผู้อยู่เคียงข้างจะเศร้าใจและไม่ยอมออกผล และต้นตัวเมียจะตายตาม ถ้าต้นที่เป็นคู่รักหักโค่นลง

อินทผลัม

อินทผลัม

                ผลของต้นไม้อันทรงคุณค่านี้เป็นอาหารหลักนอกจากกินสดๆแล้ว ยังเอาไปตากแห้งและบดเป็นแป้งด้วย ไม่มีส่วนใดของต้นไม้ที่ไร้ค่า ลำต้นใช้เป็นท่อนไม้และเชื้อเพลิง เปลือกที่เป็นใยหยาบใช้ถักเป็นเชือก กิ่งก้านใช้ทำรั้วและหลังคา ส่วนใบใช้สานทำตะกร้า ไม้กวาด กระเป๋า และรองเท้า น้ำฉ่ำจากอินทผลัมบางพันธุ์ใช้ทำน้ำเชื่อม และน้ำจากต้นอ่อนใช้หมักทำเหล้ารสดีแต่ร้อนแรง แม้แต่เมล็ดอินทผลัมก็ยังนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยเอามาคั่วแล้วบดทำ “กาแฟ” ซึ่งใช้ชงดื่มร้อนๆ ได้ในยามค่ำคืนอันเหน็บหนาวกลางทะเลทราย

กระแสเลือดแห่งชีวิตในทะเลทราย

               หลายศตวรรษมาแล้วที่ชาวทะเลทรายนำน้ำจากใต้ดินขึ้นมาใช้โดยขุดอุโมงค์ชักน้ำที่เรียกว่าฟอกการา (foggara) ซึ่งส่งน้ำไปให้โอเอซิส อุโมงค์นี้อาจยาวถึง 16 กม. และอยู่ใต้ระดับพื้นดินถึง 30 ม. ขุดโดยคนจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทาส โดยใช้เครื่องมือง่ายๆ แต่การบำรุงรักษากลับเป็นปัญหา เช่นร่องน้ำอุดตัน หรือต้องต่อออกไปเพื่อชักน้ำให้มากขึ้น

                น้ำจะผุดจากอุโมงค์ชักน้ำใกล้บริเวณที่ดินที่ได้รับการจัดสรรน้ำ ทั้งนี้เพื่อให้ระเหยไปน้อยที่สุด “คราด” ที่กั้นขวางทางน้ำจะควบคุมน้ำให้ไหลไปยังที่ดินแปลงต่างๆ

foggara

foggara

 

ส่งต่อเรื่องนี้ซิ !! เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ

แสดงความคิดเห็น Facebook

comments

Comments are closed.