Facebook Twitter Reset

มหัศจรรย์หุบเขาเอลเบ adrspach แห่งสาธารณรัฐเช็ก

Untitled-1

                    หุบเขาเอลเบ adrspach ดินแดนดุจเทพนิยายทางตอนใต้ของเดรสเด็น เลื่องลือชื่อทั้งจากความงามและความอุดมมั่งคั่งจากทองคำขาว

                  

Adrspach

หุบเขาเอลเบ adrspach

                    แม่น้ำเอลเบมีกำเนิดในสาธารณรัฐเช็ก แล้วไหลเข้าสู่เยอรมนีทางโตรกเขาลึกสลัวที่ตัดผ่านแอร์ชเกเบียร์จ หรือภูเขาแร่ทอง แล้วไหลลงสู่ทะเลเหนือ เกือบตลอดความยาว 1,160 กม. แม่น้ำเอลเบดูเคร่งขรึมจริงจัง เมื่อรวมกับทางน้ำที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างคลองคีลแล้ว แม่น้ำใหญ่สายนี้ก็กลายเป็นเส้นทางพาณิชย์หลักสายหนึ่งของยุโรป ที่คลาคล่ำไปด้วยเรือบรรทุกถ่านหิน เหล็กกล้า ธัญพืช สารเคมี และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ

หุบเขาเอลเบ adrspach

หุบเขาเอลเบ adrspach

                   มีเพียงบางช่วงที่สายน้ำยิ่งใหญ่สายนี้แสดงอารมณ์สุนทรีย์ให้เห็น เช่น ปราการหินทรายที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นสองฟากตลิ่งห่างจากเดรสเด็นลงมาทางใต้ราวหนึ่งชั่วโมง หินเหล่านี้ก่อตัวและถูกฝนและหิมะกัดกร่อนมานาน 80 ล้านปี ดูคล้ายปราสาทยุคกอธิกในจิตนาการ มีทั้งหอคอย ป้อมเชิงเทิน ยอดสูง และหลังคาโดม มีโตรกผากั้นแยกออกจากกัน และได้ยินเสียงคำรามกึกก้องของกระแสน้ำเชี่ยวกราก และสายน้ำตกพรั่งพรู

หุบเขาเอลเบ adrspach

หุบเขาเอลเบ adrspach

                   หินบางก้อนแยกอยู่โดดเดี่ยว บางก้อนเบียดกันแน่นเหมือนหมู่ตึกในแมนฮัตตัน เช่น บัสไตซึ่งเป็นเขาวงกดหิน ตระหง่านเงื้อมเหนือผืนน้ำสีน้ำเงินระยับของทะเลสาบอัมเซิล มองลงไปเบื้องล่างจะเห็นเค้าโครงพิสดารของภูเขาโลโคโมทีฟ ที่ดูคล้ายหัวรถจักรไอน้ำ นอกจากนี้ยังมีลิลีนชไตน์ ซึ่งเป็นหินรูปดอกลิลลี่ มียอดเป็นปราสาทปรักหักพัง และกลุ่มหินพฟัฟเฟินชไตน์ หรือหินนักบวชซึ่งกองสุมกันอยู่ ใกล้เมืองราเทินยังมีเฟลเชบีอเนอ ซึ่งเป็นโรงละครธรรมชาติกลางสวนหินที่มีการแสดงละครในฤดูร้อนด้วย

Adrspach

Adrspach

                   เดิมที่บริเวณนี้เรียกกันว่า ที่ราบสูงไมล์เซิน ซึ่งเป็นชื่อที่จือชืดเกินไปสำหรับผู้คนในศตวรรษที่ 19 ที่ชื่นชมทิวทัศน์แถบนี้ จึงได้ตั้งชื่อใหม่ว่าสวิตเซอร์แลนด์ในแดนแซกซัน หลังการรวมประเทศในปี 1990 ไม่นาน บริเวณนี้ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ก่อนหน้านั้นผู้คนให้ความสนใจกับประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของที่นี่มหากกว่าทัศนยภาพของมัน หลักฐานที่ยังหลงเหลืออยู่ได้แก่ เคอนิกซไตน์  ซึ่งเป็นป้อมปราการสูงลิ่วน่าใจหายบนหน้าผาเหนือแม่น้ำ สร้างขึ้นเพื่อเป็นปราการป้องกันภัยของกษัตหริย์โบอีเมียนในต้นยุคกลาง ต่อมามีการต่อเติมโดยบรรเจ้าผู้ครองแคว้นแซกโซนี อย่างพระเจ้าออกุสตุสผู้แข็งแกร่ง (1670 –1733) ซึ่งเป็นผู้สร้างรูปลักษณ์ภายนอกที่งดงามแบบบาโรก

Adrspach

Adrspach

                   สิ่งก่อสร้างนี้แทบไม่มีใครขึ้นไปถึงได้เลย ทำให้ปลอดภัยจากการโจมตีของข้าศึก และใช้เป็นคุกได้ดี นักโทษที่น่าสงสารที่สุดเห็นจะเป็นโอฮัน บอตเกอร์ เภสัชกรหนุ่มอนาคตไกลจากเบอร์ลิน ซึ่งเชี่ยวชาญการเล่นแร่แปรธาตุ เขาพยายามแปรโลหะพื้นฐานให้เป็นทองคำ แต่เกิดไปทำให้ผู้มีอำนาจชาวปรัสเซียไม่พอใจ จึงหลบหนีมาที่แซกโซนี แต่ก็ถูกจับล่ามตรวจไว้ในคุกและถูกบังคับให้ทำงานให้กับออกุสตุล ซึ่งกระหายจะมีทองคำเอาไว้ในพระคลังสมบัติ เช่นเดียวกับเจ้าชายองค์อื่นๆ ในสมัยนั้น แม้บอตเกอร์ทำงานไม่สำเร็จ แต่ฝีมือของเขาก็สร้างความประทับใจได้ไม่น้อย เจ้าผู้ครองแคว้นนั้นทรงเป็นนักสะสมเครื่องกระเบื้องจีน และทรงเก็บรวบรวมไว้มากมายจนถือได้ว่าชุดเครื่องกระเบื้องในครอบครอง

Adrspach

Adrspach

                   นั้นงามประณีตที่สุดแห่งหนึ่งในโลกตะวันตก พระองค์มีความฝันที่จะผลิตเครื่องกระเบื้องของยุโรปเป็นรายแรก และบอตเกอร์ก็ได้รับบัญชาให้หันมาช่วยในเรื่องนี้แทน แต่ในช่วงหลายปีที่ถูกคุมขัง เขาก็ยังไม่สามารถหาสูตรการทำกระเบื้องได้สำเร็จ

Adrspach

Adrspach

ทองคำสีขาว

                  ในปี 1708 หลังการทดลองกั้บแร่หินภูเขาไฟเฟลด์สปาร์ (แร่ฟันม้า) กับดินเหนียวในท้องถิ่น บอตเกอร์ก็ผลิตจานกระเบื้องสีแดงขึ้นได้ เจ้าผู้ครองแคว้นทรงพอพระทัยมาก แต่บอตเกอร์ก็ยังต้องตกเป็นนักโทษอยู่ดี เพียงแต่ได้เลื่อนเป็นนักโทษกิตติมศักดิ์ และยังต้องหาสูตรผลิตกระเบื้องขาวต่อไปเพื่อแข่งกับชาวจีนให้ได้ ในปี 1713 เขาได้เติมแร่ผลิตควอตช์ลงไป ใช้ดินเหนียวเกาลินแทนดินเหนียวในท้องถิ่น และทำได้สำเร็จ จากนั้นเครื่องกระเบื้องของไมล์เซินและเดรสเด็นก็มีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วโลก

Adrspach

Adrspach

                  น่าเศร้าที่บอตเกอร์เสียชีวิตลงเมื่ออายุ 37 ปี ในปี 1719 หเขาตาหบอดและได้รับพิษจากควันที่สูดดมเข้าไประหว่างการทดลอง และมีคนสร้างรูปปั้นของเขาไว้เป็นอนุสรณ์ ถ้านึกถึงความใฝ่ฝันดั้งเดิมของเขาแล้ว บางทีเขาอาจสบายใจขึ้นบ้างก็ได้ ที่ผลงานสุดท้ายที่เขาคิดค้นขึ้นกลายเป็นที่รู้จักกันไปทั่วในฐานะ “ทองคำขาว

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

 

Adrspach

Adrspach

ส่งต่อเรื่องนี้ซิ !! เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ

แสดงความคิดเห็น Facebook

comments

Comments are closed.