Facebook Twitter Reset

กรวยหินแคปปาโดเชีย(Cappadocia) สิ่งมหัศจรรย์ราวดินแดนแห่งเทพนิยาย ณประเทศตุรกี

Untitled-1

             กลุ่มกรวยหินอัศจรรย์ในบริเวณตอนกลางของประเทศตุรกีที่พิเศษพิสดารยิ่งขึ้นด้วยฝีมือชาวถ้ำผู้พำนักอยู่ในถิ่นนั้น

           

แผ่นที่ กรวยหินแคปปาโดเชีย Cappadocia

แผ่นที่ กรวยหินแคปปาโดเชีย Cappadocia

            ในคัมภีร์ไบเบิลมีกล่าวถึงว่า จอหมายฉบับแรกของนักบุญปีเตอร์นั้นเขียนถึงชาวแคปปาโดเชีย(Cappadocia) แม้จนศตวรรษที่ 20 โลกตะวันตกส่วนใหญ่ก็ยังแทบไม่รู้จักแคปปาโดเชีย นอกจากรู้กันค่อนข้างรางเลือนว่าอยู่ในเอเชียไมเนอร์ตามที่กล่าวถึงนั้น แต่ปัจจุบันดินแดนซึ่งตั้งอยู่ที่แถบอุรกูปและกอเร็มในบริเวณตุรกีตอนกลางแห่งนี้ มีชื่อเสียงเล่าลือในหมู่นักท่องเที่ยวทั่วโลกด้วยภูมิทัศน์ที่โดดเด่นเป็นเอก ซึ่งยังแฝงความพิลึกพิสดารเกินคาด

Cappadocia

การก่อเกิดกรวย ผาหินถูกกัดเซาะจนดูคล้ายระลอกคลื่นบนผืนทราย เป็นลำดับขั้นแรกก่อนที่จะกลายเป็นหินรูปกรวย ต่อไปรูปทรงที่ทับซ้อนกันเช่นที่เห็นนี้จะถูกกัดเซาะจนเป็นกรวยแยกจากกัน

            หินรูปกรวยและรูปพีระมิดที่ผุดกระจายทั่วหุบเขากันดาร เสกสร้างให้อาณาบริเวณแห่งนี้มหัศจรรย์ราวดินแดนแห่งเทพนิยาย บางมุมมีกรวยหินเรียบลาดขึ้นไปจรดยอดสูงถึง 50 ม. บางช่วงสูงๆ ต่ำๆ เหมือนไม่เต็มใจออกแบบหรือสร้างไม่ทันเสร็จก็วางมือเสียกลางคัน นอกจากนี้ยังปรากฏแท่งหินและเสาหินหลากหลายขนาด และรูปทรงแทรกแซมไปทั่ว ล้วนมีสีสันพิศวง ทั้งสีครีมเข้ม ชมพู แดง ฟ้าจางๆ หรือเทาอ่อน เพื่อบรรยากาศให้ยิ่งดูเหนือจริง

Cappadocia  กรวยหินแคปปาโดเชีย

อุทยานประติมากรรม กรวยหินแคปปาโดเชียผุดขึ้นทั่วหุบเขากอเร็ม สายฝนและกระแสลมได้สลักเสลาหินเนื้ออ่อนจนกลายเป็นกรวยหินนานารูปทรงที่งามพิสดารยิ่งนัก

 

Cappadocia  กรวยหินแคปปาโดเชีย

Cappadocia กรวยหินแคปปาโดเชีย

            ภูมิประเทศดังกล่าวยังแปลกพิสดารด้วยแถบหินสีเข้มตามยอดกรวยและแท่งหิน ซึ่งบ้างก็เหมือนเห็ดรูปร่างแปลกๆ บ้างดูคล้ายคนใส่เสื้อคลุมสวมหมวกเอียงๆ บางทีกรวยหินกระจายระเกะระกะไปทั่ว บางทีก็เรียงตัวต่อกันเป็นพืด ดูแล้วชวนให้คิดคล้อยตามตำนานการกำเนิดกลุ่มกรวยหินเหล่านั้นว่า ครั้งกระโน้นยังมีกองโจรคอมล้อมปล้นผู้คน บรรดาผู้เคราะห์ร้ายจึงพากันสวดอ้อนวอนพระอัลเลาะห์ จนในที่สุดพระองค์ก็สาปให้เหล่าโจรกลายเป็นแท่งหินไป

Cappadocia

Cappadocia

            ประติมากรรมหินซึ่งมีรูปลักษณะรางกับอยู่ในโลกอื่นนี้ ตั้งอยู่บนที่ราบสูงใต้เงาเงื้อมของภูเขบาไฟเออร์ซิยาสดากี ภูเขาไฟสูง 3,916 ม. ที่สงบแล้วนี้เองคือต้นกำเนิดของกลุ่มกรวยหินดังกล่าว เมื่อหลายล้านปีก่อน ภูเขาไฟลูกนี้เกิดระเบิดรุนแรงพ่นเถ้าถ่ายท่วมทั่วบริเวณกว้าง ต่อมาเถ้าถ่านนั้นเย็นลงและแข็งตัวกลายเป็นชั้นหินปูนหนาสีขาว เนื้อหินอ่อนจนใช้มีดตัดแต่งได้ ผ่านลม ฝนและหิมะกัดกร่อน เมื่อน้ำฝนไหลชะก็เกิดเป็นหุบเป็นแนวคดเคี้ยว ถูกกัดเซาะไปเรื่อยจนแยกขาดจากกัน กลายเป็นเขาหินขนาดย่อมรูปทรงกรวยและช่วยป้องกันหินเนื้ออ่อนที่อยู่ด้านล่าง ทำให้เกิดรูปลักษณ์งามประหลาดยิ่งขึ้นไปอีก

Cappadocia กรวยหินแคปปาโดเชีย

Cappadocia

เมื่อมือมนุษย์แต่งเติม

            ราวกับว่าภูมิทัศน์เช่นนี้ยังไม่โดดเด่นพอ ยังมีภาพที่น่าตื่นตะลึงต่อผู้มาเยือนยิ่งไปกว่านี้อีกคือช่องประตูหน้าต่างที่เจาะทะลุเข้าไปในกรวยหิน และผาหินต่างๆ ในหุบเขา

            ตราบถึงศตวรรษที่ 20 ยังคงมีผู้คนอาศัยพักพิงอยู่ตามช่องต่างๆ ที่ขุดคว้านเข้าไปในเนื้อหิน การขยับขยายถ้ำที่มีอยู่ตามธรรมชาติให้กว้างขวางขึ้นโดยขุดเจาะเข้าไปในส่วนของหินเนื้ออ่อนนี้ ทำกันมาตั้งแต่เมื่อ 4,000  ปีก่อนคริสตกาล จนกระทั่งประมาณ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อชาวถ้ำถูกชาวฮิตไทต์จากทางตะวันออกอพยพมารุกรานเป็นระลอก อาจทำให้พวกเขาเริ่มขุดเจาะหินชั้นลึกลงไปเพื่อใช้เป็นที่หลบภัยใต้ดิน ซึ่งต่อมาก็ได้ขยายกลายเป็นเมืองใต้ดินที่กว้างขวางใหญ่โด

Cappadocia in Turkey

Cappadocia in Turkey

            คริสต์ศาสนาเผยแผ่มายังที่ราบสูงแห่งนี้อย่างรวดเร็ว ความสงบวิเวกในหุบเขาท่ามกลางกรวยหินประหลาด เป็นที่พึงใจของเหล่าผู้ปรารถนาจะหลีกเร้นมาบำเพ็ญเพียร ในช่วงปลายศตวรรษที่ 4 พระและแม่ชีกลุ่มเล็กๆได้มาช่วยกันสร้างวัดและสำนักชี ซึ่งมีพร้อมทั้งที่พัก ครัว และโรงอาหารตามโพรงถ้ำและผาหิน

            อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าอาศรมของเหล่านักบวชก็คือ โบสถ์วิหารประมาณ 400 แห่ง ซึ่งตกแต่งไว้อย่างวิจิตร กล่าวคือระหว่างศตวรรษที่ 7 ถึง 12 บรรดานักบวชได้ลงมือขุดสร้างโบสถ์ที่สมบูรณ์ด้วยเสา ห้องใต้ดิน และหลังคารูปโดม มีการใช้สีชนิดเข้มข้นวาดภาพปูนเปียกตกแต่งผนังโบสถ์ที่ยังคงความสวยสดงดงามมาจนถึงปัจจุบัน ภาพฝาผนัง ณ โบสถ์แห่งหนึ่งในหุบเขากอเร็มเป็นรูปนักบุญจอห์นต่อสู้กับมังกร ส่วนอื่นๆ ก็เป็นเรื่องจากกระคัมภีร์ใหม่เช่น การอพยพลี้ภัยสู่อียิปต์ (The Flight Into Egypt)

            การมาเยือนของกองทัพนักท่องเที่ยวที่อยากเห็นกรวยหินและโบสถ์วิหารอันงดงามล้ำเลิศ ประกอบกับการพังทลายของดิน ต่างมีส่วนทำให้ภูมิประเทศและภาพวาดเก่าแก่อายุหลายศตวรรษเสียหายสึกกร่อนไป แต่เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศที่ก่อกำเนิดกรวยหิน เป็นกระบวนการที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รูปลักษณ์เก่าค่อยๆ เสื่อมโทรมลง รูปรอยใหม่ฯ ก็กำลังก่อเกิดขึ้นเช่นกัน

ชุดเจาะหินเป็นถิ่นพำนัก

            ถ้ำต่างๆ ที่ขุดเข้าไปในกรวดและผาหินที่แคปปาโตเซียนั้นใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ดี อุณหภูมิในถ้ำคงที่ตลอดทั้งปี ปกป้องผู้พำนักจากอากาศร้อนจัดในฤดูร้อนและหนาวจัดในฤดูหนาว ชุมชนในถ้ำบางแห่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ภายในเขาหินขนาดใหญ่ลูกหนึ่งที่อูซิซาร์นั้น เชื่อว่ามีประชากรถึง 1,000 คน อาศัยอยู่ตามช่องชั้นต่างๆ ที่รายเรียงเชื่อมต่อกัน

Cappadocia

โพรงหิน ผาหินอูชิซาร์ดูพรุนไปด้วยโพรงถ้ำที่สลับซับซ้อน ซึ่งบ้างโพรงเกิดจากแผ่นดินเลื่อนตัว

            ชาวแคปปาโตเซีย Cappadocia จำนวนมากกว่านั้นอาศัยดำนักซ่อนพ้นสายตาอยู่ในเมืองใต้ดินขนาดใหญ่ แม้ว่าจะอยู่ลึกลงไปในดิน แต่ก็มีห้องหับมากมาย เชื่อมต่อกันทางอุโมงค์แคบๆ โดยใช้บันไดทอดจากชั้นหนึ่งไปยังอีกชั้นหนึ่ง

            เมืองเดรินกูยู ซึ่งแปลว่า “บ่อลึก” มีพลเมืองกว่า 20,000 คน อาจลึกถึง 20 ชั้น เมืองนี้มิได้มีแต่ที่พัก โรงครัวรวม ปล่องระบายลม และท่อระบายน้ำเท่านั้น แต่ยังมีเครื่องคั้นองุ่นและห้องเก็บเหล้าองุ่น คอกม้าพร้อมรางอาหาร โบสถ์ กระทั่งสุสาน ห้องหับทั้งหลายใช้ตะเกียงน้ำมันให้แสงสว่าง เมื่อมีภัยคุกคามก็สามารถซ่อนเมืองทั้งเมืองไว้ได้ ด้วยการกลิ้งแผ่นหินกลมใหญ่ปิดปากอุโมงค์ทางเข้าเท่านั้นเอง

Cappadocia

Cappadocia

ส่งต่อเรื่องนี้ซิ !! เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ

แสดงความคิดเห็น Facebook

comments

Comments are closed.