Facebook Twitter Reset

เที่ยวสก็อตแลนด์Scotland เกรตเกลน (Great Glen)

Untitled-1

                    เกรตเกลน (Great Glen) หุบเขาแคบยาวเป็นแนวตรงดุจลูกศรที่ก่อให้เกิดเกาะเกาะหนึ่งในสกอตแลนด์ตอนเหนือนี้ แสดงตำแหน่งของรอยแตกในเปลือกโลกซึ่งมีมาแต่โบราณ

แผ่นที่(Great Glen)

แผ่นที่(Great Glen)

 

เกรตเกลน (Great Glen)

เกรตเกลน (Great Glen)

                   เกรตเกลน (Great Glen) มีลักษณะคล้ายแผลเหวอหวะที่ถูกดาบสองคมเล่มยักษ์ฟัน รอยแผลนี้ตัดขวางผ่านเขตที่สูง สกอตแลนด์เป็นทางจากมหาสมุทรแอดแลนติกถึงทะเลเหนือ ตลอดแนวรอยแผลมี “ลอค” (Loch เป็นภาษาสกอตต์ แปลว่าทะเลสาบ) รูปแคบยาวเรียงรายอยู่ เช่น ลอคเนสส์ ลอคออยช์ และลอคลอคี พื้นส่วนใหญ่ของเกลน (glen แปลว่าหุบเขาแคบยาว) ที่ยาว 88 กม. จึงเป็นน้ำ ถ้านับรวมกับคลองที่เชื่อมทะเลสาบเหล่านี้ด้วย ก็เท่ากับว่าแผ่นดินสกอตแลนด์เหนือเกลนขึ้นไปถูกตัดขาดกลายเป็นเกาะ

เกรตเกลน (Great Glen)

เกรตเกลน (Great Glen)

                   สองฝั่งของลอคเป็นแนวเขา บ่าบนลาดที่ต่ำเป็นต้นเฮเธอร์ สูงขึ้นไปเป็นทุ่งหญ้าตะปุ่มตะป่ำ และบนยอดสูงสุดก็มีเพียงพืชแบบแอลไพน์ เช่นต้นหลิวแคระที่อยู่รอด แม่น้ำในเกลนด้านข้างตกลงมาเป็นหลั่นน้ำตก และผ่านช่องเขาแคบที่ปกคลุมด้วยนต้นไม้ลงสู่ลอค

เกรตเกลน (Great Glen)

เกรตเกลน (Great Glen)

                   กำเนิดของเกลนย้อนไปได้กว่า 350 ล้านปี ในสมัยที่เปลือกโลกมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดรอยแตกในเปลือกโลกที่เรียกกันว่ารอยเลื่อนเกรตเกลน หินที่เคลื่อนไปตามรอยเลื่อนนี้ยังไม่หยุด และแผ่นดินไหวขนาดเล็กก็ยังเกิดขึ้นในบริเวณนี้ แผ่นดินไหลครั้งรุนแรงที่สุดตามที่บันทึกไว้ เกิดขึ้นในปี 1816 ส่งผลหให้แผ่นหินขนวนร่วงจากหลังคาบ้านในอินเวอร์เนสส์ ซึ่งอยู่ทางปลายด้านเหนือของเกลน

เกรตเกลน (Great Glen)

เกรตเกลน (Great Glen)

                   ในขณะที่เกลนกำลังก่อรูปนั้น หินที่ห่อยู่สองข้างของรอยเลื่อนนี้ถูกแรงเค้นบดขยี้ แม่น้ำและน้ำแข็งจึงกัดเซาะหินได้ง่ายขึ้น ในสมัยน้ำแข็งมีธารน้ำแข็งอยู่เต็มเกลน หินที่ติดมากับน้ำแข็งที่เคลื่อนไปช้าๆ ทำหน้าที่คล้ายกระดาษทรายขัดสีด้านข้างและพื้นหุบเขา จนเกิดข้างเขาที่ชัน ซึ่งช่วยเพิ่มความสง่างามของเกลนเป็นอันมาก

เกรตเกลน (Great Glen)

เกรตเกลน (Great Glen)

ฉนวนที่ตัดผ่านสกอตแลนด์

                   เกลนเป็นเส้นทางที่ใช้การได้เพียงเส้นเดียวที่ตัดผ่านแถบนี้ของสกอตแลนด์มาตั้งแต่ยุคต้นๆ แล้ว คนอังกฤษเห็นความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของเส้นทางนี้ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 และ 18 จึงได้สร้างป้อมขึ้นเพื่อควบคุมชนเผ่าโนเชกไฮแลนด์ที่ก่อความไม่สงบ ได้แก่ฟอร์ตวิลเลียมที่ปลายด้านตะวันตกของเกลน ฟอร์ตออกัสตัส  ที่ปลายด้านใต้ของลอคเนสส์ และฟอร์ตจอร์จใกล้อินเวอร์เนสส์

เกรตเกลน (Great Glen)

เกรตเกลน (Great Glen)

                   ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ผู้คนในเขตไฮแลนด์ยากจนและมีการย้ายถิ่นมาก มีการสร้างคลองแคลิโตเนียมขึ้นเพื่อพยายามส่งเสริมการค้าและเศรษฐกิจ คลองนี้เชื่อมลอคต่างๆ เข้าด้วยกัน เรือจึงใช้เส้นทางการค้านี้แทนที่จะอ้อมรอบขายฝั่งภาคเหนือของสกอตแลนด์ ซึ่งใช้เวลานานและอันตราย คลองนี้เริ่มสร้างเมื่อปี 1804 โดยมีวิศวกรชื่อธอมัส เทลฟอร์ด ควบคุม และใช้เวลา 18 ปี เพื่อสร้างทางน้ำยาวเป็นตอนๆ เชื่อลอค

ไพน์มาร์เทน Pine marten

ไพน์มาร์เทน Pine marten

                   ในเกลนปัจจุบันนี้มีสัตว์ป่าเป็นจำนวนมากและหลากหลาย แมวป่าและไพน์มาร์เทน (คล้ายพังพอน) พบได้ทั่วไปมากกว่าแต่ก่อน กระรอกแดงซึ่งเคยเกือบสูญพันธุ์ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 บัดนี้ก็เพิ่มจำนวนอยูในป่าสน เหยี่ยวออสเปรย์ ซึ่งเป็นนกหายากและสวยงามที่สุดในหมู่นกกินปลา ก็มีให้เห็นเป็นครั้งคราวหลังจากหายไปนาน ลอคต่างๆ เหล่านี้ยังเป็นที่มั่นแห่งสุดท้ายของนากพันธุ์สกอตต์อีกด้วย

                   ลักษณะพิเศษของสัตว์ในเกรตเกลนยังเป็นที่ถกเถียงกันมาก เล่ากันว่าในศตวรรษที่ 6 นักบุญโคลัมบาได้ประจันหน้ากับสัตว์ประหลาหดในลอคเนสส์ ซึ่งขู่ขวัญชาวบ้านในถิ่นนั้น ตั้งแต่ทศวรรษ 1930 เมื่อมีถนนตัดเลียบชายฝั่งตะวันตกของลอดเนสส์ มีคนหลายสิบคนอ้างว่าได้เห็น “เนสชี” สัตว์ลึกลับที่อาศัยในลอคเนสส์นี้มีผู้พรรณนาลักษณะไว้ต่างๆ เช่น เป็นพลีขิโอชอร์ที่สูญพันธุ์ไปเมื่อ 70 ล้านปีก่อน เป็น “เคลปี” หรือพรายน้ำ เป็น “พญานาค” เป็น “เรือไวกิง” และเป็นปลาออยลิดรัม” แต่จนบัดนี้เนสชีก็ยังอายไม่ยอมเผยโฉมแก่นักสำรวจที่ใช้บัลลูน ไฟฉาย และแม้แต่เรือดำน้ำกับเครื่องโซนาร์ตรวจหาสิ่งมีชีวิตในน้ำลึกของลอคเนสส์

ส่งต่อเรื่องนี้ซิ !! เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ

แสดงความคิดเห็น Facebook

comments

Comments are closed.