Facebook Twitter Reset

ภูเขาไฟ ปีโกเดเตย์เด(pico de Teide)ประเทศสเปน

Untitled-1

                    ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide) ภูเขาไฟที่น่าประทับใจนี้ตั้งตระหง่านเหนือเกาะเตเนรีฟ และทอดเงาที่ยาวที่สุดในโลก

แผ่นที่ Pico de Teide.

แผ่นที่ Pico de Teide.

 

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

                            เมื่อมองจากทะเล ปีโกเดเตย์เดแต่งตัวสีสันสะดุดตา ตัวภูเขาที่ความจริงเป็นภูเขาไฟนั้นมีสีม่วง แต่ที่ยอดมีหิมะปกคลุมเป็นสีขาว ต่ำลงไปมีสีเขียวเข้มของต้นไม้และที่ดินเพาะปลูก และถูกตัดขอบด้วยสีน้ำเงินเข้มของมหาสมุทร

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

                            หนังสือนำเที่ยวมักพรรณนาถึงเตเนรีฟ (ซึ่งเป็นเกาใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะคานารีและมีขนาดราวครึ่งหนึ่งของเนเธอร์แลนด์) ว่าเป็นเกาะที่มีสัณฐานสามเหลี่ยมและมีภูเขาจำนวนมาก โดยมียอดเตย์เดอยู่สูงสุด แต่ที่จริงเกาะทั้งเกาะเป็นเพียงส่วนที่ต่อออกไปของภูเขาทะมึนลูกนี้ ยอดสูงสุด 3,718 ม. ของภูเขานี้นับว่าสูงที่สุดในสเปน ถัดจากยอดเขาลงมาคือลูกเขาใหญ่น้อยของภูเขาไฟแผ่ลงไปถึงหุบเขาทางตอนเหนือและหาดทางตอนใต้

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

                            ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide) เป็นยิ่งกว่าฉากหลังอันงดงามให้กับรีสอร์ตในเตเนรีฟ มันเป็นยอดสูงสุดของภูมิทัศน์ที่ก่อตัวจากการปะทุของภูเขาไปอย่างรุนแรงหลายครั้งต่อเนื่องกัน ยอดทรงกรวยนี้อยู่ในหุบของภูเขาไปเก่าแก่สูง 2,000 ม. เหนือระดับน้ำทะเล เป็นอัฒจันทร์ทางธรรมชาติขนาดใหญ่ ประกอบด้วยทรายและแก้วภูเขาไฟ หุบภูเขาไฟเก่าซึ่งมีแนวขอบยาว 74 กม.นี้ เป็นสมรภูมิของหินที่ถูกเคี่ยวกรำและขับออกจากส่วนลึกของภูเขา มีทั้งสีส้ม ม่วง แดงเข้ม เทา และดินสีเหลืองอมแดง ลาวาละลายได้เซาะหุบภูเขาไฟจนแยกเป็นร่องน้ำและช่องเขาแคบ (เรียกว่ากาญาดัส) บริเวณทั้งหมดนี้ในปัจจุบันเป็นอุทยานแห่งชาติชื่อลาสกาญาดัสเดลเตย์เด

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

                            ยอดเขาเองก็มีริ้วรอยของการต่อสู้เช่นกัน ด้านสข้างที่สูงชัยนและขรุขระแสดงถึงแผลเหวอะหวะคล้ำลึก ซึ่งลาวาละลายไหลลามลงจากหุบภูเขาไฟขนาดเล็กตรงยอด ก๊าซกำมะถันยังเป็นไอกรุ่นออกจากช่องอีก 30 ม.นี้ และภูเขาก็ยังพ่นลาวาอยู่หลายศตวรรษ ในปี 1705 ลาวาได้ฝังพื้นที่ส่วนมากของเมืองท่าการาซีโก ในการปะทุครั้งล่าสุดเมื่อปี 1909 ธารลาวายาว 5 กม. ได้ไหลลงลาดด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ส่วนในฤดูหนาวนั้น มีหิมะและน้ำแข็งเต็มช่องเขาแคบ ลมแรงกรรโชกใส่สิ่งที่คลุมหินดินดาน และอุณหภูมิก็ลดต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

                            ผู้อาศัยดั้งเดิมในเตเนรีฟเป็นชาวกวนเช เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีผมสีอ่อน พวกเขาขนานนามยอดเขานี้ว่า “ยอดเขานรก” ชาวสเปนผู้พิชิตในศตวรรษที่ 15 จึงเรียกว่าปิโกเดเตย์เด พวกกวนเชยำเกรงยอดเขาในฐานะเป็นที่ประทับของยมราชกัวโยตา แต่ผู้มาเยือนอื่นๆ เปรียบยอดเขานี้กับอนุศาสนาจารย์ใจดีผู้คอยเฝ้าธิดาทั้งเจ็ดของเขาไว้ชั่วนิรันดร์ ธิดาทั้งเจ็ดก็คือเตเนรีฟและเกาะใหญ่อื่นๆ ในหมู่เกาะดานารี ได้แก่ ลาปาลมา เอียร์โร โกเมรา กรานกานาเรีย ฟวยร์เตเบนตูรา และลานซาโรเต

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

                            ยามเช้า เตย์เดดั่งอยู่ในแดนแห่งมนต์เสน่ห์ ดูตะคุ่มดัดแสดงเงินแสงทองของท้องฟ้าเมื่อตะวันสาดแสงจับลาดด้านตะวันออก ในขณะที่ส่วนอื่นๆ ที่อยู่ไกลลงไปของเกาะจมอยู่ในทะเลเมฆสีกุหลาบ บางทีลักษณะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเตย์เดอาจเป็นเงาที่ทอดไปในตอนเช้าตรู่ที่มีแดดใส ทำให้เกิดเงารูปพีระมิดขนาดยักษ์ทาบผืนทะเลดำมือเป็นทางออกไปราว 200 กม. นับเป็นเงาที่ยาวที่สุดในโลก เมื่อตะวันตกดินจะเห็นกรวยสีคล้ำเป็นรูปสามเหลี่ยมซึ่งมีกรอบสีแดงเข้ม ส่วนยอดเขากลายเป็นอัคนีเทพอีกครั้ง

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

                            ปีโกเดเตย์เด ยังมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศของเตเนรีฟด้วย เพราะต้นไม้เติบโตได้ดีใต้ร่มเงาของลาดเขา หรือแม้แต่บนที่ราบลาวาอันแห้งแล้งในหุบภูเขาไฟ ที่นี่ผึ้งส่งเสียงหึ่งๆ ในหมู่ต้นบรูมสีชมพูและขาวหอมกรุ่น ทั้งยังมีต้นไวโอเลตและเดซีอยู่ต่ำลงไป

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

                            บนลาดเขาเบื้องล่างอุทยาน ต้นสนดักไอชื้นจากเมฆที่ลอยต่ำไว้ในใบแล้วหยดลงสู่หินปรุ ต่ำลงมาอีกชาวไร่ปล่อยน้ำให้ไหลไปตามร่องเพื่อทดเข้าสู่ฟินคาส (คือแปลงที่มีรั้วกั้น) ซึ่งกันต้นองุ่น มะเขือเทศ กล้วย และมันฝรั่งที่ปลูกอยู่กลางแจ้งไว้จากาลมสินค้าตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนบนพื้นหุบเขาทางเหนือ ต้นดรากอนเก่าแก่ ต้นส้มและดันอัลมอนด์ ต้นลอเรล ต้นเมอร์เทิล ต้นกุหลาบ ต้นมิโมชา และต้นเฟื่องฟ้า ล้วนเจริญในภูมิอากาศแบบที่มักเรียกกันว่าเป็นฤดูใบไม้ผลิชั่วนาตาปี

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

                            เนื่องจากความใหญ่โตของเตย์เด ท้องน้ำด้านปลายลมคือด้านชายฝั่งทางใต้และตะวันออกของเกาะจึงสงบ ทำให้เกิดการสะสมสารอาหาร น่านน้ำแถบนี้จึงกลายเป็นที่อาศัยและกินอาหารของปลาวาฬและปลาโลมา โดยเฉพาะปลาวาฬนำทาง ซึ่งบัดนี้เป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

                            นักท่องเที่ยวสมัยวิกตอเรียนที่เดินทางไปยังเกาะนี้พบว่าการข้ามหุบภูเขาไฟเป็นอันตรายอย่างยิ่ง โอลิเวีย สโตน นักเขียนเรื่องท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ผู้ฝ่า “แดนลาวา” เมื่อปี 1883 เขียนว่า “ไม่มีผิวเรียบสักตารางนิ้ว  มีสะเก็ดหินแหลมมากมาย รองเท้าบู๊ตและถุงมือจึงแทบขาดวิ่น”  ที่ยอดเขานั้นยิ่งไปยากกว่า “เรา…ถลัน

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

ปีโกเดเตย์เด (pico de Teide)

                            ขึ้นไปบนดินอันง่อนแง่อย่างสุดกำลังได้ไม่กี่หลา แล้วก็ทรุดตัวหอบอยู่ด้านข้างจนกระทั่งพร้อมจะเริ่มใหม่” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใต้แสงจันทร์ เพราะสโตนและสามีต้องการขึ้นถึงยอดให้ทันเวลาเฝ้าดูตะวันขึ้น

                            ทุกวันนี้ผู้มาเยือนไม่ต้องลำบากอีกแล้ว เราอาจเข้าถึงปีโกเดเตย์เดได้ทางถนนจากทุกด้านของเกาะ และอุทยานก็มีทางเท้าที่เชื่อมถึงกันทอดไปสู่สถานที่ต่างๆ เช่นกวยโบเดลเอียโล หรือถ้ำขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งและหิมะที่ไม่เคยละลายอยู่สูง 3,350 ม. นอกจากนี้ยังมีระกระเช้าพานักท่องเที่ยวไปลารัมเบลตา ซึ่งใช้เวลาไต่ไปยอดสูงสุดเพียงครึ่งชั่วโมง

                            บนนั้น เราจะได้ทัศนาหุบภูเขาไฟขาวโพลนเป็นไอ แล้วมองเลยไปยังเกาะอื่นๆ ผู้ที่มาถึงตอนรุ่งอรุณอาจได้ พบสิ่งที่โอลิเวีย สโตนเรียกว่า “หนึ่งในความพยายามอันเลิศล้ำของธรรมชาติ” ได้เต็มตา นั่นคืออาทิย์อุทัยบนปีโกเดเตย์เด

ส่งต่อเรื่องนี้ซิ !! เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ

แสดงความคิดเห็น Facebook

comments

Comments are closed.