Facebook Twitter Reset

สอนสุนัขให้มีใจรักแมว

Untitled-1

สุนัขกับแมวสุนัขกับแมวศัตรูที่เป็นคู่อาฆาตกันมาแต่ช้านาน เหตุที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะสัญชาตญานเผ่าดั้งเดิมของทั้งสุนัขกับแมวนั่นเองที่ไม่ค่อยถูกัน โดยสุนัขมีสัญชาตญานที่ชอบไล่กวดแมวที่วิ่ง และแมวก็ชอบวิ่งหนีเป็นสัญชาตญานเฉพาะเช่นกัน

อีกประการหนึ่งก็คือ ภาษาร่างกายที่สื่อสารของสุนัขกับแมว ก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ตัวอย่างเช่น เวลาสุนัขกระดิงหางหมายความว่าแสดงความเป็นมิตร แต่แมวแกร่วงหางแปลว่ากำลังโกรธให้ระวังตัวไว้ให้ดี ถึงแม้สัญชาตญานของสัตว์เลี้ยงทั้ง 2 ชนิดจะเป็นอริกันแต่ปัจจุบันก็มีสุนัขและแมวหลายตัวที่เป็นเพื่อนชี้กัน สามารถสมานฉันท์กันได้ เพราะสุนัขนั้นเป็นสัตว์ที่อยู่รวมเป็นฝูงเป็นสัญชาตญาน ดังนั้นถ้าหากน้องเหมียวได้รับการแนะนำตัวที่เหมาะสมอย่างถูกต้อง พี่หมาก็ยินดีต้อนรับน้องเหมียวเข้าร่วมฝูงได้อย่างสมัครสมานสามัคคีหมากับแมว

สำหรับท่านผู้ที่เลี้ยงหมาอยู่ก่อนแล้วเกิดจำเป็นต้องรับแมวเข้ามาเลี้ยงด้วยในบ้านร่วมชายคาเดียวกัน วันนี้เรามีวิธีสอนสุนัขให้มีใจรักแมว ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

  1. วันแรกที่สุนัขและแมวจะเจอกันนั้นเราจำเป็นต้องจับตัวใดตัวหนึ่งไส่กรงไว้ก่อน เพื่อค่อยๆคุ้นเคยกัน แนะนำว่าใครมาใหม่ก็ใส่กรง เช่น แมวมาใหม่ก็ไส่กรงแมวไว้ก่อน อย่าปล่อยให้ออกมาเผชิญหน้ากันทันทีเป็นอันขาด ไม่งั้นอาจมีการตบตีกันได้
  2. จากนั้นก็เริ่มแนะนำตัวให้สุนัขกับแมวรู้จักกันโดยผ่านลูกกรง (ขย้ำว่า ต้องผ่านลูกกรงเท่านั้น) กล่าวคือ เราจะให้แมวค่อยๆไปดมตัวสุนัขก่อนเป็นเบื้องแรก (ซึ่งสุนัขอาจดมตอบบ้าง) ซึ่งหลังดมแล้วแมวอาจจะส่งเสียงขู่คำรามบ้าง แต่กรงก็จะช่วยป้องกันอัตรายให้ 2 ฝ่ายได้
  3. ปลอบประโลมให้คุ้นเคยกลิ่นกายซึ่งกันและกัน ถึงแม้ตอนแรกจะขู่คำรามใส่กัน เราก็ต้องคอยปลอบทั้ง 2 ฝ่ายให้ใจเย็นๆลูบเนื้อลูบตัว ซึ่งหากขู่มากๆก็จำเป็นต้องสั่งให้เงียบ แล้วค่อยๆจัดการให้หมาคุ้นเคยกับกลิ่นแมว แล้วแมวคุ้นด้วยการลูบเนื้อลูบตัวแมวแล้วมาเล่นกับหมา  แล้วกลับไปเล่นกับแมว ทำอย่างนี้ซ้ำไปซ้ำมาจนทั้งสองฝ่ายเริ่มคุ้นกลิ่นของกันและกันว่าเป็นพวกกัน ทั้งนี้เพื่อป้องกันการ ผิดกลิ่น สุนุขจะได้ยอมรับแมวเข้าฝูงเดียวกัน
  4. เจอกันบ่อยๆเพื่อสร้างความคุ้นเคย จากนั้นเราก็พยายามให้ทั้งสองฝ่ายพบกันตามขั้นตอนที่ 2 และข้อ 3 เป็นประจำทุกวันต่อเนื่องกัน ทำไปเรื่อยๆตาม แนวทางสมานฉันท์วัละนิด จนกระทั่งเสียงขู่คำรามเริ่มหายไป และมีสัญญานมิตรภาพค่อยๆปรากฏขึ้น  ขอย้ำว่าขั้นตอนนี้ตัวใดตัวหนึ่งก็ยังอยู่ในกรงนะครับ
  5. ขั้นตอนนี้จะเริ่มต่อเมื่อเราค่อนข้างมั่นใจว่า 2 ฝ่ายมีแนวโน้มที่สมานฉันท์กันได้ก็ให้เอาออกจากกรงได้ ไม่ต้องมีกรงกางกั้นอีกต่อไป แต่ให้ไส่สายจูงสุนัขชนิดแข็งแรงแทน
  6. จากนั้นพาทั้งสองฝ่ายมาอยู่ห้องเดียวกัน แต่อยู่ห่างๆกันคนละมุมห้อง โดยให้เจ้าของคนหนึ่งเล่นกับหมา และอีกคนหนึ่งเล่นกับแมว (อาจปล่อยแมวเล่นอยู่ตามลำพัง) อีกมุมห้องหนึ่ง ที่ขอแนะนำก็คือต้องเลือกห้องที่มีขาดใหญ่พอควร ไม่ใช่ห้องเล็กๆคับแคบเกินไป
  7. จากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความคุ้นเคยซึ่งกันและกัน ด้วยการพาแมวไปเยี่ยมสุนัขที่อาณาเขตของสุนัข เมื่อพบหน้ากันแล้วก็ปล่อยให้มีการดมเนื้อดมตัว สูดกลิ่นซึ่งกันและกันก่อน ซึ่งหากสองฝ่ายตัวดีด้วยความสมานฉันท์ก็ปล่อยให้อยู่ด้วยกันอย่างระมัดระวังเป็นเวลาสักพัก แล้วจึงจับแยกใส่กรง โดยให้ตัวที่มาใหม่เป็นฝ่ายเข้ากรง
  8. หลังจากขั้นตอนที่ 7 เป็นเวลา 2-3 ชั่วโมงก็ให้นำทั้ง 2 ฝ่ายมาสร้างความคุ้นเคยกันต่ออีกรอบ แต่ถ้าหากเกิดปัญหาทะเลาะกันก็ต้องแยกออกทันที
  9. จากนั้นเราก็จะต้องสร้างความคุ้นเคย ตามข้อ 7 และ 8 ต่อเนื่อง

แต่ถ้าหากเราพยายามทำทั้ง 9 ขั้นตอนแล้วพี่หมากับน้องเหมียวก็ยังไม่ยอมสมานฉันท์ซึ่งกันและกัน แบบว่าเจอกันก็จะกัดกัน ก็จะต้องใช้แผนโซนนิ่ง คือต่างคนต่างอยู่ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ซึ่งหากทั้งสองฝ่ายไม่เคยมีประสบการณ์เลวร้ายต่อกันในอดีตแล้วอาทิ สุนัขต้องไม่มีประวัติชอบกัดทำร้ายแมว หรือเคยกัดแมวตายมาก่อน หรือแมวที่เคยถูกหมาไล่กัดมาก่อน จึงเกลียดหมาก็สามารถ สมานฉันท์กันได้


คลิปน่ารักๆของน้องหมากับพี่เหมียว

ส่งต่อเรื่องนี้ซิ !! เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ

แสดงความคิดเห็น Facebook

comments

Comments are closed.