Facebook Twitter Reset

ประโยชน์ของการอยู่เงียบๆ คนเดียว

Untitled-1

                ลองสังเกตตัวเองดูว่าในหนึ่งวันคุณมีเวลาอยู่เงียบๆ คนเดียวเพื่อใช้ความคิดอย่างสงบๆ กี่นาที โดยไม่ถูกรบกวนจากคนรอบข้าง โทรศัพท์ โทรทัศน์ วิทยุ หรือจดจ่ออยู่กับสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ทางอินเทอร์เน็ต

                การอยู่คนเดียวการใช้เวลาเงียบๆ กับตัวเองช่วยเพิ่มขีดความสามารถของเรา เพราะช่วยให้ความคิดสร้างสรรค์ถูกปลดปล่อยออกมาสะสมพลังงาน เพิ่มความเข้าใจในตัวเองและผู้อื่น อีกทั้งยังช่วยสร้างสมาธิ

 ช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

                การได้ใช้ความคิดทบทวนสิ่งต่างๆ อย่างผ่อนคลาย สบายๆ ไม่เร่งรีบ ไม่ต้องระแวงว่าใครจะมาว่าอะไร ไม่ฟุ้งซ่านไปกับสิ่งที่เห็นในโทรทัศน์ หนังสือ คอมพิวเตอร์หรือสิ่งที่ได้ฟังทางสื่อต่างๆ จะทำให้เราเกิดความสงบขึ้น

                จากการวิจัยพบว่าความคิดดีๆ มาจากการที่มีเวลาได้อยู่คนเดียว เพื่อให้โอกาสสมองได้ทำงาน บางคนพบว่าคิดอะไรเด็ดๆ ได้ตอนอาบน้ำ ตอนเดินเล่น หรือตอนตื่นนอน ข้อสำคัญคือเมื่อมีความคิดอะไรเกิดขึ้นหรือแวบเข้ามาให้รีบจดไว้ ไม่ต้องจดให้เป็นระเบียบสวยงามก็ได้ มีอะไรใกล้ตัวที่จดได้ก็จดไว้ก่อน มิฉะนั้นเราอาจจะลืมและความคิดดีๆ ก็จะบินหายไปอย่างน่าเสียดาย

                นิสัยการบันทึกความคิดต่างๆ ไว้เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะจะเป็นคลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ เมื่อเรานำความคิดเหล่านั้นมาทบทวนใหม่หรือผสมผสานกับความคิดที่เกิดภายหลัง อาจทำให้กลายเป็นความคิดดีๆ ที่คาดไม่ถึงและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ฉะนั้นเมื่อเราได้เห็นอะไร ได้อ่านอะไรเกิดข้อสังเกตหรือความคิดที่เป็นของเราขึ้นมาก็ให้จดไว้ทันที และรวบรวมไว้เพื่อจะได้นำมาคิดทบทวนภายหลังได้สะดวก

 ช่วยสะสมพลังงานการอยู่คนเดียว

                หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับภารกิจมาทั้งวันผจญภัยกับสิ่งต่างๆ รอบตัว การได้อยู่เงียบๆ คนเดียวอย่างผ่อนคลายช่วยทำให้ร่างกายได้พักผ่อนทั้งกายและใจ ไม่ต้องสวมหัวโขนในหน้าที่การงาน ไม่ต้องรักษากิริยามารยาทสังคม ไม่ต้องระวังว่าจะทำให้ใครไม่พอใจหรือตำหนิเอาได้ ไม่ต้องเกรงว่าจะรบกวนผู้อื่น รู้สึกอิสระเต็มที่ การพักเช่นนี้จะทำให้เรารู้สึกสดชื่นขึ้นและมีพลังที่จะเริ่มต้นใหม่ต่อไป

                สิ่งที่ต้องระวังคือ ต้องใช้ความคิดในทางบวก ถ้าคิดอะไรในทางลบ การอยู่คนเดียวจะรู้สึกว่าเหงาโดดเดียว อาจทำให้เศร้าซึมได้ฉะนั้นการใช้ชีวิตอย่างมีจุดหมายเป็นสิ่งสำคัญเรามีสิ่งที่เรารักรอให้เราทำ สมาธิของเราจะได้จดจ่ออยู่กับเป้าหมายและมีความสุขที่ได้ทำ

 เพิ่มความเข้าใจในตัวเองและผู้อื่น

                การอยู่คนเดียวการได้ทบทวนสิ่งต่างๆ อย่างสงบๆ ปล่อยให้ความคิดและความรู้สึกของเราลื่นไหลจะทำให้เรารู้จักตัวเองดีขึ้น รู้ว่าชอบอะไร เกลียดอะไร อะไรคือสิ่งจูงใจของเรา คุณค่าที่เราต้องการคืออะไร และรู้จักจุดแข็ง จุดอ่อนของตัวเอง การได้ตระหนักรู้เช่นนี้ทำให้เรารู้จักเลือกทางเดินของชีวิต เช่น ส่งเสริมสิ่งที่เป็นจุดแข็งของตัวเองให้เต็มที่แทนที่จะปล่อยให้จุดอ่อนมาบ่อนทำลายกำลังใจทำในสิ่งที่รัก เลิกในสิ่งที่เกลียด เป็นต้น

 ช่วยให้มีสมาธิดีขึ้น

                ผลที่ได้อีกอย่างหนึ่งจากการใช้ความคิดเงียบๆ คือ คุณสามารถจดจ่อในสิ่งที่ทำโดยไม่วอกแวก สามารถคิดอะไรได้ลึกซึ้งรอบคอบมากกว่า ทำให้การแก้ปัญหาและการตัดสินใจถูกต้อง มีความอดทนต่อแรงกดดัน

                หลายท่านใช้เวลาในการนั่งสมาธิประมาณ 30 นาทีทุกวัน เหมือนเป็นการชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเอง แล้วท่านจะประหลาดใจว่าทำไมเราเก่งขึ้น อะไรต่างๆ ง่ายขึ้น ทำให้มีความสุขมากขึ้นลองทำดูนะคะ

 

ส่งต่อเรื่องนี้ซิ !! เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ

แสดงความคิดเห็น Facebook

comments

Comments are closed.