Facebook Twitter Reset

วิธีใช้เงินโบนัสสิ้นปี อย่างชาญฉลาด

Untitled-1

หลายคนบอกว่าปีใหม่เป็นปีของการเริ่มต้นสิ่งดีๆ “อะไรที่ไม่ดีในปีเก่าให้ทิ้งไป แล้วเริ่มต้นสิ่งดีๆ ในปีใหม่” ซึ่งเป็นคำพูดที่ทำให้เรามีกำลังใจเพราะเชื่อว่ามีแต่สิ่งดีๆ รอเราอยู่ในปีใหม่……แล้วมันจริงหรือ?สิ้นปี

                ผมคนหนึ่งที่ไม่เชื่อแบบนั้น เพราะ “สิ่งดีๆ เริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน โดยไม่ต้องรอให้ถึงปีใหม่” ลองนึกถึงสิ่งที่คุณคิดไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว (2555)  มีอะไรบ้างที่คุณจะเริ่มทำในปีใหม่ (2556) เช่น ปีใหม่จะเริ่มออกกำลังกาย ปีใหม่นี้จะลดความอ้วน ปีใหม่นี้จะเริ่มเก็บเงินทุกธุรกิจส่วนตัวตามความฝัน ปีใหม่นี้จะดูแลการใช้เงินของตัวเองมากขึ้นโดยเริ่มจดบัญชีรายรับรายจ่าย ปีใหม่นี้จะงดเหล้า เลิกสูบบุหรี่ ปีใหม่นี้จะเก็บเงินเรียนต่อ ปีใหม่นี้จะอ่านหนังสือพัฒนาความคิดตัวเองเดือนละสองเล่ม ฯลฯ อยากถามว่ามีอะไรบ้างที่คุณสัญญากับตนเองไว้และทำสำเร็จบ้าง

                ผมเชื่อว่าทุกอย่างเริ่มที่ “ใจ” ไม่ใช่เริ่มที่วันปีใหม่ แม้ว่าจะมีปีใหม่อีกสักกี่ปีก็ยังคงทำไม่สำเร็จ ถ้าคุณยังไม่มีใจทุ่มเทกับระยะเวลานานพอที่จะทำ เช่น คุณตั้งใจจะออกกำลังกาย พอเริ่มไปได้ 3-4 วันก็ขี้เกียจ อีกทั้งงานยุ่งทำให้เป็นข้ออ้างที่ว่า “เพราะงานยุ่งจึงออกกำลังกายไม่ได้” แต่ถ้าคุณฝึกการออกกำลังกายจนเป็นนิสัย ข้ออ้างว่างานยุ่งก็จะหายไป การที่คุณจะเปลี่ยนแปลงทำอะไรใหม่ๆ มักจะยากในช่วงเริ่มต้นแต่เชื่อเถอะว่าไม่ยากเกินความพยายามของคุณหรอก

โบนัส

โบนัส

                ทุกสิ้นปีสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนรอคอยคงหนีไม่พ้น “โบนัสก้อนโต” ที่เปรียบเทียบเป็นรางวัลจากความขยันในการทำงานตลอดทั้งปีที่ผ่านมาเรามีโครงการใช้เงินมากมายในความฝันของเรา แต่ความฝันก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริง เราทุ่มเทกับการทำงานมาทั้งปีก็ต้องคิด วางแผนใช้เงินให้คุ้มกับความทุ่มเทนั้นด้วย เรามีตัวอย่างการวางแผนใช้เงินโบนัสมาฝาก ดังนี้

  1. ใช้เพื่อจ่ายชำระหนี้สิน
  2. ใช้เพื่อการลงทุน ลดหย่อนภาษี เช่น การซื้อหุ้น ทองคำ LTF RMF ประกันชีวิต หรือบริจาคสนับสนุนการศึกษา
  3. ใช้เพื่อให้รางวัลตนเองและคนรอบข้าง เช่น ให้พ่อแม่ ท่องเที่ยว ซื้อของที่อยากได้
  4. ใช้เพื่อพัฒนาตนเอง เช่น ซื้อหนังสือมาอ่าน เข้าอบรมพัฒนาความรู้
    การใช้เงินโบนัส

    การใช้เงินโบนัส

               จากตัวอย่างสัดส่วนการใช้เป็นโบนัส (ตามภาพ) ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เป๊ะๆ เพราะขึ้นอยู่กับความจำเป็นของแต่ละคน โดยมุ่งไปที่การชำระหนี้สินเป็นหลักสำคัญ เพื่อปลดพันธนาการจากหนี้สินที่ล่ามตัวเรามาตลอดทั้งปีด้วยเงินโบนัสก้อนนี้ โดยเน้นไปที่หนี้ที่จ่ายแล้วลดต้นลดดอก เช่น หนี้บ้าน (เมื่อเงินต้นน้อยลงคุณก็จ่ายดอกเบี้ยลดลง) แม้จะปลดหนี้ไม่ได้ทั้งหมดแต่ทำให้คุณตัวเบาขึ้น หรือถ้าใครที่มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จากหนี้การบริโภคประเภทดอกเบี้ยสูง เช่น หนี้บัตรกดเงินสด หนี้นอกระบบ หนี้บัตรเครดิต ควรนำเงินโบนัสไปชำระให้หมด ไม่ควรติดนิสัยชำระขั้นต่ำเพราะถ้าคุณหลุดจากวังวนหนี้ประเภทนี้ไม่ได้ อย่าหวังว่าชีวิตนี้จะมีเวลาไปคิดเรื่องอื่นๆ เพราะวันๆ ก็คิดแต่ว่าจะนำเงินตรงไหนมาชำระหนี้บัตรใบนี้ คิดว่าเปิดบัตรใบใหม่ มาชำระบัตรใบเดิมดีไหม เจ้าหนี้จะตามมาทวงไหม ฯลฯ แบบอย่างจากประสบการณ์ของคนอื่นมีให้เห็นมากมาย ดังนั้นควรสร้างหนี้อย่างมีสติ

               บัตรเครดิตมีทั้งประโยชน์และโทษขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้บัตรที่จะควบคุมตนเองได้หรือไม่ ถ้าจะเปรียบเทียบบัตรเครดิตก็เหมือนมีด ซึ่งจะมีประโยชน์มากเมื่ออยู่ในครัวทำหน้าที่หั่นผัก สับหมู ในทางกลับกันก็มีโทษมหันต์ถ้ามันไปอยู่ในมือของโจรที่ใช้มีดชิงทรัพย์ คนเมายาบ้าใช้มีดจี้คอตัวประกัน

เงินโบนัส

เงินโบนัส

               สัดส่วนรองลงมาหลังจากใช้เงินโบนัสเพื่อชำระหนี้แล้ว ก็จะเป็นการใช้เงินโบนัสเพื่อการลงทุน ลดหย่อนภาษีให้รางวัลชีวิตและเพื่อพัฒนาตนเองควรดูที่ความจำเป็นของคุณว่ามีเพียงพอแล้วหรือยัง ส่วนใดที่ขาดก็เติมให้เต็มส่วนใดที่มากเกินไปก็ไปเติมส่วนที่ขาดแต่ถ้าดูไปดูมาแล้วเหมือนจะขาดทุกอย่าง แนะนำให้เริ่มต้นที่การใช้เงินโบนัสเพื่อพัฒนาตนเองก่อน เช่น ซื้อหนังสือมาอ่านเพื่อเติมอาหารสมองเข้าฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาความรู้อบรมหลัดสูตรวิชาชีพเพื่อหารายได้เสริมเมื่อคุณลงทุนกับความรู้มากขึ้นเรื่องอื่นๆ ก็จะเกิดตามมาเป็นรางวัลชีวิตให้กับคุณในอนาคต

มีเงิน ไม่มีความรู้ เงินจะหมด

เพราะไม่มีความรู้ว่าจะใช้เงินอย่างไร

ไม่มีเงิน มีความรู้ เงินไม่หมด

เพราะสามารถสร้างเงินได้จากความรู้ที่มี

ส่งต่อเรื่องนี้ซิ !! เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ

แสดงความคิดเห็น Facebook

comments

Comments are closed.